Profil de Gink°•.♥.•° g i n k °•.♥.•° ...PhotosBlogListes Outils Aide

Blog


18 janvier

backup old diary 003 : 19/01/2005 23:02:50

ศิลปากรรามากับเรื่องเครียดๆ
post date : 19/01/2005 23:02:50

วันนี้ศิลปากรรามาเอาเรื่อง True Romance(สาวใสหนุ่มซ่าส์ตามล่าหารัก)มาฉายแหล่ะ อิ๊อิ๊อิ๊ >_< พระเอกน่ารักมากกกกกก.....
ตอนแรกที่เราดูอยู่คนเดียวที่หอก็แอบกรี๊ดแล้วนะ แต่พอมาฉายที่มหาลัย โหย... สาวๆแทบทุกคนกรี๊ดวี๊ดวิ้วกันตลอดเวลา
เออ.. เวลาดูหนังกับคนเยอะๆมันก็สนุกตรงนี้แหละเนอะ ตรงที่มีแนวร่วมด้วย อิอิ
(แบบ เคยดูกับผักรอบนึงแล้วผักอารมณ์แบบ เธอเป็นอะไรของเธอ กิ๊ดๆวิ๊ดๆอยู่ได้ ทำไงได้ก็พระเอกเค้าหล่อกว่าเธอนี้ยะ 555)

วันนี้รู้คะแนนSur Thai(ประวัติศาสตร์ศิลปะในประเทศไทย)แล้ว พูดไปก็เหมือนกับจะประจานตัวเอง(ก็ประจานอยู่นี้ไง-_-") เต็ม25ได้6.25 ครึ่งของครึ่งเลยกู เก่งจัง -_-"
ก็อยากให้คนที่ได้มาอ่านไดเราช่วยลงความเห็นทีว่า ระหว่างถอน(ติดW)กับเสี่ยงต่อการติดFเนี้ย ควรจะเลือกข้อไหนมากกว่ากัน
ส่งsmsมาที่เบอร์89099ภายใน10นาทีหลังจากที่ท่านอ่านจบ ลุ้นรับตั๋วทัวร์มหาลัยศิลปากรวังท่าพระฟรี! 2ที่นั่ง(เอาเหอะ...-_-")
เอาเป็นว่าช่วยเราคิดทีละกันนะจ๊ะ ^_^ แต่คือไม่เครียดนะติดDogก็ได้อ่ะ แต่กลัวมันจะกลายเป็นFเลยไง เพราะเอ่อ.. ดูจากคะแนนแล้วมันก็วอนใช่เล่นน่ะ ใครจะคอมเมนท์(คนอ่านยังจะไม่มีเลยเธอ-ผัก) ก็ช่วยตอบทีนะว่า W หรือ F

โหย...... พูดถึงเรื่องสอบ วันนี้มีสอบโบราณคดีอินเดีย ข้อสอบแม่งแบบ อาจารย์ออกมาให้เด็กปี1สอบจริงๆเหรอคะ
แบบยากโคตรอ่ะ เต็ม30นี้ คงได้สัก5ก็หรูแล้วอ่ะ แต่อันนี้คงถอนไม่ได้เพราะดันเป็นวิชาเอกไง วัยรุ่นเซร็งเลย -_-"
แต่อันนี้เป็นวิชาเอกอาจารย์เค้าคงไม่ใจร้ายแจกFหรอกเนอะ เค้าคงขี้เกียจสอนใหม่ แต่ถามรุ่นพี่ปีที่แล้วดูส่วนมากก็จะDogเหมือนกัน ค่อยโล่งใจหน่อย..
ส่วนหลายๆคนถามว่าไม่ลองซิ่วไปเรียนภาพยนตร์ที่ชอบดูล่ะ น่าจะไปได้ดีกว่า ก็อยากอยู่เหมือนกันแต่ป๊าบอกว่าชอบอะไรค่อยเรียนตอนปริญญาโทก็ได้ เพราะดูๆแล้วพ่อเราเค้าจะชอบใจมากเลยที่เราเรียนโบราณเนี้ย ตอนติดนะพ่อเราเค้ายิ้มแป้นเลย แล้วเค้าก็พูดเล่น(หรือพูดจริงไม่รู้)ว่าดีเนอะ จะได้เป็นแบบอินเดียน่าโจนส์ ทูมบ์ไรเดอร์กับนางเอกปักษาวายุ -_-" เห้อออออ ถ้าชีวิตจริงมันสนุกอย่างในหนังก็ดีสิค้าาาาาา...
ส่วนอีกเหตุผลนึงก็คือเรารักมหาลัยนี้มากๆเลย ถึงใครจะว่าเล็กก็เหอะ(ก็เล็กจริงๆ) แต่ใครไม่มาอยู่เองไม่รู้หรอกว่าเล็กๆแต่อบอุ่นและสนุกขนาดไหน ^_^

ดูอนิเมะเรื่อง Perfect Blue เครียดแต่ก็สนุกมาก ไม่ค่อยได้ดูการ์ตูนที่มีอารมณ์ดรามาเหมือนหนังจริงๆอย่างนี้เท่าไหร่ ส่วนมากก็ชอบดูหนังการ์ตูนของพวกสตูดิโอจิ๊บลี แต่พอเปลี่ยนแนวมาลองดูเรื่องนี้ก็ต้องขอบอกเลยว่าชอบมาก และยกให้เป็นหนังการ์ตูนในดวงใจไปเลยอีกเรื่องนึง เย้ ^_^!

ปล. ใครที่เผลอผ่านเข้ามาอ่านแล้ว อย่าลืมตอบแบบสอบถามนะคะว่า
W หรือ F ดี?
^-^/ บาย

backup old diary 002 : 18/01/2005 21:48:03

สาวๆโต๊ะสามแยกปาก*
post date : 18/01/2005 21:48:03

ไม่ได้อัพไดซะนานเลยแฮะ แต่จะว่าไปอัพไปก็ไม่มีใครอ่านอยู่แล้วนี้นา ฮือๆ ไม่เป็นไร สุขใจที่ได้อัพก็พอ
วันนี้มีเรื่องฮาจะมาเล่าอย่างมากมาย
กลุ่มเราในมหาลัยจะมีกันทั้งหมด 13 คนใช่ป่ะ
แล้วจะเป็นอะไรกันก็ไม่รู้นะ เด็กโบราณส่วนหนึ่งจะไม่นั่งหน้าคณะตัวเอง(ก็มันไม่มีที่ให้กูนั่งนี้หว่า)
ก็เลยจะไปนั่งกันหน้าถาปัตย์ เพราะถ้าเป็นตรงหน้าเดคตอนกลางวันแดดจะร้อนโคตรๆ
ก็จะกลายเป็นว่าสาวๆ(บวกด้วยกระเทยในบางโต๊ะ)ก็แทบจะยึดครองโต๊ะหน้าถาปัตย์ไปหมดแล้ว
ส่วนเด็กถาปัตย์ก็จะนั่งพื้นไม่ก็นั่งตรงหน้าตึกแทน เออ..ดีเนอะ เด็กถาปัตย์คงแอบแค้นอยู่ในใจ เหอะเหอะ
แล้วอันเป็นว่ากลุ่มเราเนี้ย บ้าหน้าหม้องัย แบบชอบนั่งเหล่หนุ่มกัน แบบเอาขำนะ ไม่ได้เอาจริง
เพราะหน้าตาก็ไม่ได้จะสวยสดอะไร แต่อาศัยพวกเยอะงัย เลยไม่กลัวๆ เหอเหอเหอ (เว่อร์นะ มีกันตั้ง13คน ก็ต้องมีดีมีสวยบ้างแหละ เข้าข้างตัวเองบ้างเห๊อะ เดี๋ยวเค้าเข้าใจผิดว่ากลุ่มเราไม่มีดีหม๊ดดดด)
แล้วก็แบบว่าชอบพี่คนนู้นพี่คนนี้ แต่เอาไงดีล่ะ ไม่รู้จักชื่อ ก็ไม่รู้จะเรียกว่าอย่างไรดี
ทีนี้ก็เกิดอาการตั้งชื่อขึ้นมาเรียกกันเองในกลุ่ม เอาแบบอย่างนี้เลยนะ เจ้าตัวมานั่งข้างหลังพูดถึงก็ยังไม่รู้ตัวเลยอ่ะ หุหุ
ส่วนชื่อเนี้ย ก็จะมีอารมณ์ประมาณว่าตั้งแต่ชื่อคนปกติไปยันชื่อแบบที่เจ้าตัวมาได้ยินคงโกรธกูไปถึงชาติหน้าเลยงัย
ก็จะมีตั้งแต่
พี่สูง(เพราะตัวสูงมาก)
พี่หัวพริ้ว(เพราะหัวพริ้วมาก)
พี่อาเล่ย(เพราะหน้าตี๋หล่อมาก)
พี่อินคิ้ว(เพราะเวลามหาลัยมีงานก็ชอบร้องเพลงของอินคูบัส)
ซาฟีน(เป็นฝรั่งรูปร่างกำยำสูงหล่อที่ชอบอยู่แถวคณะถาปัตย์ ไม่รู้ชนชาติอะไรแต่พวกกูก็เหมากันเอาเองว่าฝรั่งเศส -_-")
พี่เหงือก(คือจริงๆพี่เค้าน่ารักนะ แต่งัยอ่ะ เวลายิ้มอ่ะ.. เข้าใจใช่ป่ะ ก็เลยเป็นพี่เหงือก เห้อออ...)
พี่เงย(คือพี่คนนี้เค้าอยู่จิตรกรรม ชื่อจริงๆหรือชื่อคณะน่ะแหละ เค้าจะชื่อพี่เมยงอง แต่พวกเราด้วยความที่กลัวพี่เค้ารู้ตัว ก็เลยเปลี่ยนใหม่เป็นพี่เงย แต่ดูจากชื่อแล้วก็ดูเหมือนว่าเค้าจะไม่รู้เลยนะ -_-")
เท็ดดี้(ผันคำมาจากเทรนดี้ เป็นชื่อของรุ่นพี่ที่จบไปแล้วของถาปัตย์แล้วเค้าแต่งตัวได้เทรนดี้มั่กๆ แต่ก็เรียกกันจนกลายเป็นเท็ดดี้ไปซะแล่ว)
นางตานี(เป็นรุ่นพี่ถาปัตย์งามอย่างกับผู้หญิงแหน่ะ ตัวเล็กๆ ผมยาวตรง ปิดหน้า ชอบใส่เสื้อสีเขียว ฟีลเวลาเดินคล้ายๆนางตานี ก็เลยเรียกกันว่านางตานี)
สุดท้ายเสียจิตสุดคือ...
พี่เค้าเป็นเด็กจิตรกรรม ชื่อจริงๆเค้าคือ พี่กู่เจิ้ง แบบแมนๆหน่อยนะ สาวๆก็ชอบกันเยอะ วันแข่งดนตรีโฟล์คซองก็ขึ้นไปโซโล่เดี่ยวเลยพี่แกเท่ห์มาก แต่ปรากฎว่าวันนี้แหล่ะ พี่เค้านั่งคุยกับพี่เงย(คนข้างบน)งัย แล้วแบบนั่งแบบผู้หญิง+กระเทยมากๆ ก็มีเพื่อนที่เป็นตัวฮากลุ่มก็จะพูดขึ้นมาแบบ เฮ้ย เจ๊มากๆ ก็เลยกลายมาเป็นอีเจ๊ในที่สุด ทั้งๆที่ก็ไม่ได้เข้ากับวิถีเค้าเล๊ย แต่ก็ฮากัน คือก่อนหน้าที่จะตั้งชื่อให้พี่เค้า เค้าเล่นบาสกับพี่เงยงัย คือยังพูดขำๆกันอยู่เลยว่า หล่อมาก(พี่เงย)ส่งลูกให้หล่อ(พี่กู่เจิ้ง) ก็นะ อีกไม่กี่นาทีถัดมาก็กลายมาเป็น "อีเจ๊" ไปซะแล้ว และหวังว่ารุ่นพี่ที่อยู่ทั้งจิตรกรรม เดคและถาปัตย์คงจะไม่มาอ่านไดเรานะจ๊ะ (ใครที่มีเพื่อนมีพี่รู้จักก็อย่าไปบอกเค้านะจ๊ะ เดี๋ยวโต๊ะเราที่ขึ้นชื่อว่าสามแยกปากหมาอยู่แล้วจะพาลเป็นสามแยกปากแตกกันซะก่อน เหอเหอเหอ ขำๆน้อ)
แต่ถ้าใครอ่านแล้วซีเรียส แบบไม่เห็นจะขำเลยสงสารพี่เค้า ก็ขอบอกเลยว่าลองมานั่งจอยกันดู จะรู้ว่ามันขำจริงๆไม่ได้ซีเรียสเลย แล้วก็ดูเหมือนว่าพวกพี่ๆเค้าจะชอบกันด้วยนะ หุหุหุ)

แล้วเรื่องขำประจำกลุ่มอีกเรื่องเลยก็คือ แบบเวลาพูดถึงใครอย่างเนี้ย เพื่อนๆแทบทุกคนก็จะหันไปยังต้อตอกันแบบ
"พรึ่บ" อารมณ์แบบว่าพวกมึงไม่ต้องหันกันไปหมดก็ด้ายยยย เค้าไม่รู้เล๊ยยยยยยว่าพวกเราพูดถึงเค้าอยู่
แล้วมาวันนี้ก็แบบนะ นางตานีเดินผ่านไง เดินผ่านไปสัก100เมตรแล้วนะ ทุกคนก็กำลังมองพี่เค้าอยู่
พี่เค้าก็อารมณ์อะไรก็ไม่รู้สงสัยรู้ว่ามีคนแอบมอง หันมา "พรึ่บ" ทุกคนก็ "หงึ่-_-"" ค้างเลย แบบ.. เออนะ พวกกูมองกันทั้งโต๊ะ
แล้วพอเค้าเดินกลับมากับเพื่อนเค้าอีกคนก็แบบมานั่งโต๊ะตรงข้ามเว๊ย แบบมากันสองคนแทนที่จะนั่งหันหน้าชนกัน
นี้เปล่าเลย มากันสองคนนั่งหันหน้ามาทางโต๊ะกูหมด หลังจากนั้นไม่กี่วิ พวกกูทุกคนก็เกิดอาการหิวกันโดยมิได้นัดหมาย ทุกกันไปหมดโต๊ะเลย ฮือๆๆๆ ก็พี่เค้าเล่นมานั่งจ้องท้าทายสายตาขนาดนั้นนี้นา แต่สรุปว่าตอนเย็นครับ เดินมายิ้มอ่อยให้เพื่อนเราคนนึง แล้วแบบเพื่อนเรามันคุยโทรศัพท์อยู่งัย เห็นเพื่อนเราไม่มอง อารมณ์แบบหมาเดินสวนมาพอดี ก็เลยยิ้มให้หมาแทน(แก้เขินเรากับเพื่อนอีกคนที่มองอยู่555)แต่แก้เขินได้น่ารักมาก หันไปยิ้มให้ตาหวาน(ชื่อหมาประจำมหาลัย)แทนเนี้ยนะ?

แล้ววันนี้เรื่องเสียจิตนิดโหน่ยมันอยู่ที่นี้
กลุ่มเราจะขึ้นชื่อเรื่องปอบลงกันมากๆเลยนะ แบบคนก็มีกันเยอะแล้วจะยังกินเก่งกันหมดทุกคนอีก
ของโปรดของโต๊ะเลยจะเป็นมะม่วงมันหน้ามหาลัย(หรือยูเนี่ยน2ของเด็กศิลปากร)
แล้ววันนี้เป็นวันอะไรก็ไม่รู้ กลุ่มเรานั่งอยู่ๆก็มี...
/event1 เพื่อนอีกกลุ่มนึงเดินมาพร้อมกล่องโฟมบรรจุขนมถ้วยเต็มอัตราและยังไม่มีการหยิบเข้าปากเลยสักชิ้น
เพื่อน : ช่วยกินหน่อย ไม่ต้องเกรงใจ เอาเลยเต็มที่
ซักพักนึง..
/event2 เพื่อนอีกกลุ่มนึงอีกเดินมาพร้อมจานที่มีขนมเต็มจาน
เพื่อน : วันนี้พี่เค้าเลี้ยงเด็กเอกกูอ่ะ เนี้ยเอามาฝาก กินเลยนะไม่ต้องเกรงใจ
คือเห็นกลุ่มกูมีของกินตลอดวันเลยใช่ม๊าย.. แต่ก็ต้องขอบคุณเพื่อนๆมากที่นึกถึงกลุ่มเราเป็นอันดับแรกเสมอ เอ่อ.. โดยเฉพาะเวลามีของกิน ฮึ่ย

ปล. วันนี้ผักพนันกับเราไว้ว่าเราจะไปเรียนทันไหม ปรากฎว่าไม่ทันไง โดนเลี้ยงหน้าพระลานเลย ฮือ Y-Y

backup old diary 001 : 26/12/2004 22:07:56

เย้ๆ Merry Christmas ฉลองด้วยการเจิมไดอารี่เป็นครั้งแรกน๊า
post date : 26/12/2004 22:07:56

วันนี้ก็เป็นวันแรกแหละที่เราจะเริ่มประเดิมการเขียนไดอารี่นี้
แล้วรู้ไหมว่าชื่อแปลกๆที่อ่านเป็นภาษาไม่ได้คำนี้ ==> pdbj <== มาจากอะไร?
.
.
ติ๊กต่อก
ติ๊กต่อก




หมดเวลา!!!


ก็เป็นชื่อย่ออย่างที่หลายๆคนคิดน่ะแหล่ะ
ตอนแรกเลยนะ จะใช้คำว่า happiness แต่มันก็พื้นๆใช่ม๊า ก็เลยมีคนเอาไปเรียบร้อยแล้วล่ะ
ส่วนคำว่า happiness เนี้ย ก็เอามาจาก happiness is เพลงของโมเดิร์นด็อคอ่ะ
เป็นเพลงที่เรากับแฟนฟังด้วยกันบ่อยๆตอนที่ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ (ฮั่นแน่ หวานตั้งแต่ยังไม่เป็นแฟนเลยน๊า)
แล้วก็เป็นเพลงที่แฟนเราชอบมากด้วย แต่ก็นะ มีคนใช้ไปแล้วนี้
ก็เลยคิดหาชื่อไดไปต่างๆนานา ทั้ง rainbow ทั้ง veggie แต่ไม่เอาดีกว่า หาอะไรที่มันง่ายๆแต่มีความหมายกับเราดีกว่า ก็เลยไปๆมาๆสรุปออกมาได้เป็นชื่อ pdbj อย่างที่เห็นนี้แหละ
อ้า.. นั่นแน่ อยากรู้แล้วล่ะสิว่ามาจากไหน

pd ก็มาจากชื่อย่อของแฟนเราเอง "ผักได้ม้ายยยยย"
งงล่ะสิชื่ออะไรวะ แปล๊กแปลก
ก็เค้าเรียนอยู่คณะจิตรกรรม แล้วจิตรกรรมเค้าจะใช้ชื่อคณะกัน
ส่วนผักได้ม้ายยยยยก็มาจากที่เค้าเขียนไว้ในใบสอบสัมภาษณ์ของพวกรุ่นพี่ว่าอยากลองเข้าไปร่วมงานกับทางร่วมกตัญญูดู
ตอนแรกพวกรุ่นพี่ก็จะให้ชื่อว่า"ปอตึ๋ง"แต่ฟังๆแล้วมันไม่เป็นมงคลเลย
ก็เลยเปลี่ยนเป็น"ผักได้ม้ายยยยย"เพราะว่าเก็บศพคนเนี้ยมันโหดไป ก็เลยอารมณ์ประมาณแบบว่าเก็บผักแทนไปก่อนได้ไหม
แล้วก็รุ่นพี่ปี2มีชื่อเผือกได้ม้ายยยยยด้วย
ส่วน bj ก็ง่ายๆเลยอ่ะ มาจากชื่อจริงของเราเองเบญจพรรณ

วันนี้ไปเจอป๊าที่ซีคอนมา ถือได้ว่าเป็นวันรวมญาติก่อนสิ้นปีนี้เลยนะ ไปกันทั้งหมด14คน สนุกดีนี้แหละนานๆทีเจอกัน
พวกน้องๆให้การ์ดมาน่ารักดีจัง เห็นลายมือเด็กๆแล้วรู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมาเลยแฮะ
ไปซีคอนวันนี้พวกลูกๆก็ได้ตังค์มาฝากธนาคารเหมือนเคย แล้วก็ได้ตังค์มาใช้ต่างหากด้วย ฮี่ ^_^
ส่วนเราในที่สุดก็ได้ซื้อหมึกมาเติมเครื่องปรินท์สักที ค้างมาเป็นชาติแล้ว
เอ้อ.. ที่สำคัญก็ซื้อของขวัญคริสมาสกับปีใหม่ให้ผักแล้วด้วย ไม่รู้ว่าจะชอบรึเปล่าน๊า
แต่ก็ยอมลงทุนไม่ซื้อหนังสือโบราณคดีมาเลยนะ เราซื้อหนังสือศิลปะมาให้ ชื่อหนังสือว่า Art school
เป็นหนังสือรวมสอนเทคนิคระบายสีน้ำ สีน้ำมันแล้วก็สีอครีลิค
เห็นผักบ่นบ่อยๆว่ามีปัญหาในการวาดสีน้ำมัน แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกนะปี1เอง ยังมีเวลาฝึกอีกเยอะนะ
ส่วนสีน้ำก็เห็นว่าวาดไม่ค่อยเก่ง เอาน่า ก็ตัวเองไม่ยอมฝึกบ่อยๆเองนี้หว่า แล้วมาทำเป็นบ่น เห้อ.. ม่ายหวายเลยยยยย
ก็มัวแต่ขี้เกียจแล้วมันจะเก่งไหมล่ะนาย -_-"

เดี๋ยววันพรุ่งนี้ก็ต้องตื่นแต่เช้าไปต่ออายุใบขับขี่แล้วก็ไปจ่ายค่าไฟแล้วก็ไปฝากเงินที่ธนาคารแล้วก็กลับหอ
จะได้เจอกับผักแล้วเย้ๆๆๆๆ ครั้งสุดท้ายก่อนสิ้นปี เพราะเดี๋ยววันอังคารพ่อผักจะมารับกลับเชียงใหม่ ปีใหม่นี้ต้องเหงาแน่ๆเลย
กับป๊าก็ไม่ได้เจอกันอยู่แล้ว คุณแม่ก็ไปทำบุญเก็บกระดูกคุณยายที่พะเยา ผักก็ต้องกลับเชียงใหม่อีก เพื่อนๆก็อยู่กับที่บ้านกันหมดเลย
สงสัยได้นอนฉายเดี่ยวอยู่บนเตียงที่บ้านแน่เลย ไม่เป็นไร เดี๋ยวถึงวันนั้นค่อยคิด ไปกับพวกพี่ต้อมก็ได้(วะ)

ปล... วันนี้รู้สึกว่าโทรไปหาผักบ่อยเหมือนกันนะ ผักนี้ก็แย่แล้วนะ..
โทรไปครั้งที่1
bj ทำอะไรอยู่อ่ะ
pd เพิ่งออกไปกินข้าวมา
โทรไปครั้งที่2
bj ทำอะไรอยู่อ่ะ
pd กินส้มตำกับกาสลองอยู่
โทรไปครั้งที่3
bj ทำอะไรอยู่อ่ะ
pd กินมาม่าอยู่

-_-" ตัวเองก็ไม่ได้จะอ้วนเลยนะ แต่เริ่มจะลงพุงขึ้นทุกวันแล้วนะ ก็เอาแต่กินทั้งวันแล้วจะให้มันไปออกที่ไหนได้ล่ะ
ก็ต้องออกพุงนี้แหละ น้ำหนักขึ้นใหญ่แล้ว ลงแต่พุงแต่ผักก็ดูไม่เห็นอ้วนขึ้นเลยสักที จะผอมแข่งกันหรือไงนะ

ปล2... วันนี้โดนหลอกแหละ ด้วยความที่ตัวเราผอมม๊ากมากเลยอ่ะ พี่ตู่(พี่ชายคนละแม่แต่พ่อคนเดียวกัน)
เค้าก็แนะนำให้เราลองกินยาฆ่าพยาธิดู เมื่อก่อนอันตัวเราก็ไม่กล้ากินเพราะกลัวกินแล้วพยาธิออกมาเป็นตัวๆแล้วตัวเรา
ก็ไม่ค่อยจะกลัวหนอนเลยนะ พอมาวันนี้ถึงเพิ่งรู้ว่ายาสมัยนี้เค้าจะฆ่าพยาธิก่อนอยู่แล้ว ก็เลยเอาวะ ขากลับจากซีคอน
ก็แวะซื้อยาที่ร้านแถวบ้าน บอกเค้า  
bj พี่เอาฟูก้าคาร์ค่ะ
เจ้าของร้าน เอาตัวนี้แทนไหมครับ (ชูกล่องยา อืมม์.. น่าสน)
bj เท่าไหร่คะ แล้วมันต่างกันยังงัย
เจ้าของร้าน 25บาทครับ ต่างกันที่ฟูก้าคาร์ฆ่าพยาธิได้5ชนิด แต่ตัวนี้6ชนิดครับ
bj อ๋อ ดีค่ะดี เอาอันนี้ค่ะ
เจ้าของร้าน ขอบคุณครับ
พอวิ่งมาขึ้นรถ มานั่งมองดีๆ อ้าว ยังงัยล่ะเนี้ย เป็นรูปพยาธิ6รูป แต่ดูอีกทีรูปพยาธิกับชื่อชนิดมันซ้ำกันรูปหนึ่ง
สรุปแล้ว กูโดนหลอกนี้หว่า มันก็5ชนิดเท่ากัน
*นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า-อย่าเชื่อคนง่ายโดยเฉพาะเจ้าของร้านขายยาที่มานั่งนึกดูแล้ว
พยายามขายยาที่ขายไม่ออกนี้หว่า เหอเหอเหอ 

5 janvier

: )

happy new year 2009 everybody
ไม่ได้เข้ามานานเลย เข้ามาอ่านๆดูๆอะไรเก่าๆแล้วตลกดี
วันเวลาก็ผ่านไปเร็วเหมือนกันเนอะ แปปๆ จากที่เขียนครั้งแรกมาตอนนี้ก็ 3-4 ปีละ ไม่น่าเชื่อ
ต้องขอบคุณไดอารี่เก่าๆ ภาพเก่าๆ ที่เตือนให้ระลึกถึงความทรงจำที่ดีๆนะ
(เรื่องไม่ดีๆลืมไปหมดแล้ว แก่แล้ววว เป็นอัลไซเมอร์ ขี้หลงขี้ลืมแล้วเรา --แต่ก็ดีนะ)

แต่กลัวว่ะ กลัว spaces.live เจ๊งจัง
ไม่อยากให้เวบนี้หายไปเลยอ่ะ ถึงจะไม่ได้เขียนเท่าไหร่แล้ว
แต่ก็ยังอยากเข้ามาเยี่ยมเยียนอยู่นะ  T^T
ภาพเป็นล้านนนนน จะback upไงไหววะเนี่ย
อ๊ากกกกกกก!!

(เข้ามาบ่นเหี้ยไรเนี่ยกู 55+)
15 janvier

แด่เพื่อนๆทุกคน

เมื่อมอง ย้อนไป ในวัน ที่เรา เดินผ่าน พ้นมา นึกถึงวันเก่าเก่า ก็เหงาได้ทุกเวลา ผ่านวัน ที่ดี ผ่านวัน ที่เรา เคยมีน้ำตา เป็นช่วง ที่มีความสุข มากมาย แต่แล้ว ชีวิตวันเหล่านั้น ก็พ้นและ จบลง และเหลือทิ้งไว้ เพียงฝุ่นผง ที่เฝ้ารอวัน จางหาย หวานขม ระคนกันไป คิดถึงทีไร สุข ทั้งน้ำตา จากนี้ เหลือเพียงอดีต ของกาลเวลา ที่จะไม่ย้อน คืนมา อีกแล้ว วันที่ซึ้งใจ วันที่เสียใจ วัน ที่พ้นมา ชีวิต ที่มีเธออยู่ ยังรู้สึก ทุกเวลา จะเป็นเช่นไร สุขซาบซึ้งใจ หรือมีน้ำตา ฉันนั้น ก็มีความสุข มากมาย ช่วงชีวิต วันเหล่านั้น ก็พ้น และจบลง และเหลือทิ้งไว้ เพียงฝุ่นผง ที่เฝ้ารอวัน จางหาย หวาน ขม ระคนกันไป คิดถึงทีไร สุข ทั้งน้ำตา จากนี้ เหลือเพียงอดีต ของกาลเวลา ที่จะไม่ย้อน คืนมา อีกแล้ว.. หวาน ขม ระคนกันไป คิดถึงทีไร สุข ทั้งน้ำตา จากนี้ เหลือเพียงอดีต ของกาลเวลา ที่จะไม่ย้อน คืนมา อีกแล้ว.. สุข ทั้งน้ำตา จากนี้ เหลือเพียงอดีต ของกาลเวลา ที่จะไม่ย้อน คืนมา อีกแล้ว..
3 décembre

สุดท้าย ท้ายสุด.. ^^

งานเลี้ยงทุกงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา
เขียนไดอารี่ออนไลน์ได้เมื่อไร ก็เลิกเขียนได้เมื่อนั้น
ถึงเวลาที่ต้องทำการปิด sickpeople27 พื้นที่เล็กๆเหงาๆบ้าบอ ฟูมฟายของเราที่นี้จริงๆซะแล้ว
 
เจออะไรกันมามากมายเลยเน้อ
สุข เศร้า เคล้าน้ำตา ตื่นเต้น ระทึกขวัญ โรแมนติก ดราม่า ฮ่าฮ่าฮ่า..
จำได้ว่าเริ่มเขียนตั้งแต่ตอนที่มันเปิดเดือนแรกนี่แหละ
จำไม่ผิดก็น่าจะมิถุนาปี 2005
ส่วนมากเรื่องที่เขียนเป็นเมนหลักก็หนีไม่พ้นโศกนาฎกรรมความรักของดิฉัน
เรื่องราวเพ้อเจ้อๆทั้งหลายแหล่ที่คนอ่านก็จำใจอ่านมากันเรื่อยๆ
ขาประจำบ้าง ขาจรบ้าง เข้ามาอ่านบ้าง ไม่อยากอ่านบ้าง
ไม่ว่าจะยังไงก็ขอบคุณทุกๆคนเลยเน้อที่เคยแวะเวียนเข้ามายังเสปชแห่งนี้
ทำให้เจ้าของเค้ามีแรงใจที่จะเขียนต่อไปเรื่อยๆน่ะ
ไม่ว่าบางบล็อคมันอาจจะมีคนมาเม้นท์แค่คนเดียวก็เถอะ หุหุ
 
เอาเป็นว่าก็ยังรักที่จะขีดๆเขียนๆอยู่
และก็ยังมีเรื่องราวความรักที่ชอบเขียนเข้ามาให้เขียนอยู่เรื่อยๆน่ะแหละ
แต่เสปชนี่ได้ถูกใช้งานมาแบบที่เรียกว่าอย่างหนักเกินไปแล้ว
เข้ามาเขียนอันใหม่ๆ แต่สุดท้ายก็ยังมีบรรยากาศเรื่องราวเดิมๆเข้ามาให้นึกถึงอยู่บ่อยครั้ง
ไม่ว่าจะเรื่องราวที่เคยเขียน รูปภาพที่เคยถ่าย
ทำให้บางทีก็ไม่อยากจะเข้ามาในที่แห่งนี้อีกเลย
 
ตัดสินใจจะลบ แต่พูดตรงๆว่าลบไม่ลง หวงความทรงจำยิ่งกว่าทรัพย์สมบัตินอกกายซะอีก
ก็ปล่อยมันไว้แบบนี้แหละ เก็บเอาไว้ตอนผ่านไปนานๆก็เข้ามาอ่านที
ว่าเคยเป็นมากขนาดไหน 555+ ^-^
 
เอ๊า! เป็นโรคพร่ำเพ้อกำเริบอีกแล้ว
เอาเป็นว่า ลาจริงๆแล้วจ้า ขอบคุณที่ติดตามอ่านเสปชเล็กๆแห่งนี้มาตลอดนะจ้า
ขอจบเสปชแห่งนี้ไปพร้อมๆกับการจบมหาลัยและเรื่องราวเศร้าๆเลยละกัน
ส่วนวันเวลาแห่งความสุขสัญญาว่าจะเก็บไว้ในใจเป็นอย่างดีนะจ๊ะ
เจอกันใหม่เมื่อหัวใจต้องการจ้า
 
บ๊ายบาย ยิ้ม
 
ปล.. สำหรับเพื่อนๆขาประจำตัวจริงก็พบกันที่เสปชใหม่ ไฉไลกว่าเดิม
รับรองว่าจะเป็นเสปชที่มีแต่ความสุข.. ของเรา กุหลาบแดง
 
 
 
26 novembre

Loy Kratong ^^

ปีนี้เป็นปีที่ลอยกระทงสนุกดี..
ไม่ได้ลอยกับแฟนแล้ว หวังว่าจะไม่มีเหตุการ์ณรันทดเกิดขึ้นอีก
(หลังจากที่สามปีที่ผ่านมาลอยกับแฟนมาตลอด และ..เลิกหมด! -_-")
แต่ก็มีเอฟไปเดินเป็นเพื่อน ช่วยถือของ ถ่ายรูป

ปีนี้ก็ดูพลุที่ห้องก่อนแล้วก็ออกไปเดินที่สะพานพระรามแปด
คนเยอะมาก แต่ก็สนุกดี ถือว่าเป็นงานเทศกาล ไม่ซีเรียสๆ
เจอกระทงที่ทำจากกรวยไอติมและขนมห่อละบาท น่ารักมากกๆๆๆๆ รีบซื้อเลย ถูกด้วย
หลังจากซื้อมาก็ไม่ผิดหวังเพราะราคาถูก น้ำหนักเบา และคนฮือฮาไปตลอดทาง(ไม่ได้เว่อร์น๊า)
ดูรูปกระทงได้จากในอัลบั้มเลย

เดินพระรามแปดเสร็จก็ขึ้นไปบนสะพาน
ว่าจะข้ามไปฝั่งนู้นเดินไปพระอาทิตย์แต่คนเยอะมากกก..(ของจริง) ลงกันไม่ได้เลย
เลยเดินกลับมาที่ซอยวัดดาวฯ และเดินข้ามสะพานปิ่นเกล้าไป
ถือกระทงไปลอยที่สวนสันติ

ปีก่อนๆอธิษฐานเรื่องความรัก ครอบครัว หน้าที่การงาน การเงิน บลาบลาบลา..
แต่ปีนี้เปลี่ยนคำอธิษฐาน
เปลี่ยนเป็น ขอบคุณน้ำทุกหยดบนโลกใบนี้แทน และขอให้มีน้ำใช้ตลอดไป..
(ประมาณว่าปลงเรื่องแฟนไปแล้วในประเหลาะนึง.. -_-")

เจอเพื่อนๆ กวาง แป้ง แบต ซีฟ ไปกินโรตีมะตะบะกัน
แล้วก็ต่อข้าวสารตอนแรกว่าจะลองร้านChemrock
แต่คนขายตั๋วแม่งกวนตีน เลยย้ายไปGazeboร้านโปรดแทน
ออกจากร้านตี4 แยกย้ายกันกลับถึงหอโดยสวัสดิภาพ

วันนี้พร้อมหน้าพร้อมตา มีความสุข ^^

ปล.. ทำไงดี.. เกาหลีอาละวาดใหญ่แล้ว T_T ก็คุยไม่รู้เรื่องง๊า..
 DSC03398
 
8 novembre

การผจญภัยเล็กๆ

การผจญภัยเล็กๆของ 2 หญิง 2 ชาย
ในค่ำคืนที่มีสายลมหนาวพัดมา
ท่ามกลางสถานที่และบรรยากาศที่ไม่คุ้นเคย
เจอเรื่องแปลก ประหลาด เหน็ดเหนื่อย ลุ้นระทึก และน่ายินดี-ดีใจ
แต่ทุกคนสนุก มีความสุข และรอยยิ้ม.. :-)

ที่ฉันมีความสุขกับเหตุการณ์บ้าๆ บทสนทนาฮาๆ
คงเพราะอีก 1 หญิง 2 ชาย นั้นคือ..
เพื่อนที่ฉัน "รัก"
ฉันรักพวกเขามาก และมีความสุขกับการที่ได้อยู่ด้วยกัน ที่ได้เจอกันทุกครั้ง

ประสบการณ์ใหม่สุดระทึก
ร้านอาหารสุดอร่อย
มือถือทรานซิสเตอร์
มาเฟียฮ่องกง
นักบันจี้จั๊มพ์ระดับโลก ปล.. แต่เมื่อคืนงดโดด
..ได้ที่นี่..

ทุกที่ที่มีพวกแกและเธอนะ กวาง บอล เอฟ

ปล.. เหตุการ์ณเมื่อคืนสนุกจริงๆเลยอยากบันทึกไว้หน่อย ฮ่ะๆ แฮปปี้ว่ะ
ปล.. โปรโมทวงซีฟกับเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ Have a good lungs แผ่นละ 100.- บู๊ตBasketBand ได้ทั้งหนังทั้งเพลงนะ คุ้มๆ ที่ Fat Fest 7
ปล.. ชอบKFC ชีสหนึบจัง ^_^
ปล.. เปิดเทอมแล้ววววว วันนี้ไปเรียนอจ.หม่อม เจอเพื่อนแกงค์เอกโบครบองค์เลย ดีใจจัง ^^ เม้าท์กันสนุกสนาน รักพวกแกๆ
ปล.. ซีเกมส์ไปพะเยาเป็นเพื่อนเรา เรารักแกซีเก๊มส์ ^_________^
ปล.. หน้าหนาวปีนี้ไม่มีสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "แฟน" แต่แปลกเว้ย ไม่เหงาแล้ว
DSC02071
10 août

ไดอารี่ 1 ม.ค. และ 10 ม.ค. 2546

1 ม.ค. 46  1 ปีที่ผ่านมานี้ มีหลายๆอย่างที่อยากจะขอบคุณท้องฟ้าผืนกว้างผืนนี้... และขอบคุณโลกกลมๆใบนี้ที่ยังคงหมุนให้ผู้หญิงคนนี้ก้าวต่อไป... ขอบคุณท้องฟ้าที่ส่งให้เราเกิดมานั่งมองเธอ... ขอบคุณเธอมากเลยนะที่ทำให้ 1 ปีที่ผ่านมานี้ของเรามีความหมาย ได้เจอกับคนสำคัญในหัวใจหลายๆคน ได้เจอกับเพื่อนใหม่ๆที่น่ารักมากๆอีกตั้งเยอะ! แม้ว่าสีของเธอจะเปลี่ยนไปหลายแบบในวันเดียว แดงบ้าง ส้มบ้าง ฟ้าบ้าง หรือดำบ้าง แต่ฉันก็ยังว่าไม่ว่าเธอจะเป็นยังงัย เธอก็ยังสวยสำหรับฉันเสมอ... จนฉันอยากจะเป็นแบบเธอบ้าง ในสายตาฉัน เธอเป็นคนที่เข้มแข็งมากเลยนะ ไม่ว่าจะโดนฝนตกหรือฟ้าร้อง ฟ้าผ่าถล่มทลายแค่ไหน เธอก็ยังจะกลับมาเป็นท้องฟ้าที่มีแต่สีฟ้าสดใสเหมือนอย่างเคย ในตอนนี้ฉันขอยึดเอาเธอ ท้องฟ้าสีครามผืนนี้ เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตได้ไหม? ฉันจะสวยในหลายๆสีได้เหมือนเธอ ฉันจะเข้มแข็งต่ออุปสรรคต่างๆเหมือนเธอ ฉันจะคอยเป็นผืนฟ้าผืนกว้าง คอยโอบกอดและปกป้องดูแลผู้คนที่ฉันรักอย่างเธอได้ไหม?... แด่ท้องฟ้าวันปีใหม่ที่สดใส ขอให้เธอสดใสไปตลอดปี...
 
10 ม.ค. 46 วันนี้เป็นวันสอบแล้วจ้า! ไปถึงร.ร.เช้าผิดปกติเจอหน้าเพื่อนๆเต็มเลย ไปถึงตอนเช้าก็โดนเรื่องผมกับโบว์ เราก็นั่งกับเค้าสักพักก็เริ่มแว่บ แต่ก็ดดนอาจารย์ไล่ ทำข้อสอบ Eng ได้มาก! สุขศึกษาพอได้! พระพุทธฯก็น่าจะโอเคนะ... เหะๆ สอบเสร็จปุ๊ป จ๋า หน่อย โบว์ ก็ไปรพ.เป็นเพื่อนจ๋า(ตาแดง) พลอย เดียร์ไปสะพานใหม่ ลินน์ไปม.น. เลยเหลือที่จะไป The Mall มีเรา แพร เชอร์รี่ ออย และบอล เฟิร์นก็ไปแต่ลงไปหาน้องที่บ้านบาง เลยไม่ได้ไปด้วย... เสียดาย ~>_<~ ไปถึงก็เดินๆสักพักก็ไปเล่นเกมส์ DJ, เกมส์ตะบอง และ Vampire Night สนุกมากๆๆๆๆ ไปเอามือถือบอกให้มาใหม่ตอน 5 โมง ก็เลยเล่นๆที่ถ่ายรูปของ Nokia สักพัก ก็มาจะถ่ายสติกเกอร์กันเหลือกันคนละ 10-20 บาท แต่ก็ถ่าย... พอถ่ายเสร็จเจอเพื่อนเราเต็มเลยแต่ไปส่งนุ้ยกันก่อน สักพักก็มาสมทบกันกลายเป็น 10 คน มีเรา บอล ลินน์ ออย สุ พีซ เต๋า ทอป ทัช เป๊ก สนุกมาก เฮฮาปาร์ตี้กันสุดๆ ไปถึงไหน อายถึงนั้น ไปถล่มร้าน Nokia กันสุดฤทธิ์ สักพักแยกกันกลับไป (ออยกับสุ) เหลือ 8 คน ปักหลักหน้าน้อมจิตต์ ตัดสินใจไปบ้านลินน์ ก็ไปกันหมดแต่เต๋ากลับบ้านจ้า ทอปตามมาทีหลัง ตอนอยู่บ้านลินน์ฮาอีบอลมากๆๆๆๆ ออกมาก็ไปขับรถเล่นด้วย 1 Scooter 2 Bicycle ทุลักทุเล แต่ก็สนุกดี ไปแวะบ้านคนเติมลมด้วยใจดีโคตร! ไปถึงบ.ด.2 บ้านป้าหมอนแหน่ะ! พอสี่ทุ่มกว่าก็กลับบ้านเพราะแม่พีซตาม โดยรวมแล้วสนุกมาก กลับถึงบ้าน 5 ทุ่ม อยากจะบอกว่าวันนี้สนุก+มีความสุขมากที่สุด
PS... คุยกับบอลตอนนึง น้ำตาจะไหล ตอนซ้อนท้ายจักรยานออกมาจาก บ.ด.2 ก็คุยกันว่า
G : ชีวิตม.ปลายนี้มันสนุกจริงๆเลยเนอะ! (เสียงสดใสมาก)
B : มีความสุขมากเลย แต่ไม่น่าเชื่อเลยเนอะ ว่าอีกไม่นานมันจะเป็นแค่ความทรงจำ...
G : ...(อึ้งสักพัก)... นั้นสิเนอะ พูดแล้วเศร้าว่ะ
B : แกก็ลองคิดดูดิ ช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุด มันจะผ่านไปเร็วมากๆ เหมือนกับแกหลับตาแล้วพอลืมตาขึ้นมาอีกที มันก็เป็นแค่ความทรงจำไปแล้ว
G : ...(น้ำตาเริ่มคลอ)... แกเงียบไปเลยอีบอล บทแกจะทำให้ขำก็ข๊ำขำ... แต่บทจะซึ้งก็โคตรเศร้าเลยว่ะ...
 
 
..วันนี้ทำขวดโหลวิทยาศาสตร์ใส่วัชพืชเน่าๆที่อีดี(ทัช)ทำให้ตอนปีใหม่ม.4แตก.. T_T
ตอนนี้เพื่อนๆติดต่อมันไม่ได้(อีกแล้ว) มือถือเปลี่ยนเบอร์บ่อยไม่เป็นไร แต่งานนี้เบอร์บ้านก็โดนตัดไปแล้วด้วย
กูคิดถึงมึงมาก ใจกูไม่ดีเลย.. อีดี รีบติดต่อมา กลับมาแรดด้วยกันอีกเถิด อาเมน..
 
ค ว า ม รั ก...
คืออากาศที่ไม่มีความหมายที่แท้จริง
จับต้องไม่ได้ เพียงแค่ทำให้รู้สึกได้
ความรู้สึกทุกความรู้สึกที่เกิดเพราะอากาศนั้น
เหมือนทุกความรู้สึกที่เกิดเพราะความรัก
ผ่านมา ผ่านไป กลับมา จากไป
อย่างไรก็มีความเปลี่ยนแปลงเสมอ
 
แต่แปลก.. ที่ความรักของ "เพื่อน" และ "ครอบครัว" ไม่เป็นอย่างนั้น.. Sun
ความรักของเพื่อนและครอบครัวอาจไม่ทำให้ตัวเราและใจเราลอยคว้างเหมือนอยู่ในห้วงฝันและอากาศ
แต่ความรักของเพื่อนและครอบครัวเปรียบดั่งแสงอบอุ่นของดวงตะวัน..
ที่แม้ยามค่ำคืนที่มองไม่เห็น แต่แอบส่งผ่านความห่วงใยผ่านทางดวงจันทร์เสมอ..
 
3 août

Life is .....?

 

 

อาจไม่เคยอยู่ในสายตาเหมือนเธอไม่รู้ว่ากำลังหายใจ

หากลองคิดดูสิ่งที่อยู่ก่อนจะทิ้งไปจากวันนี้จะไม่เสียใจ..

 

เปิดมาด้วยเพลงนี้เลย.. ฮ่าๆ T_T

ก็นะ สรุปคือก็เลิกกับเต้แล้ว แต่ก็กลับมาเหมือนเดิมเหมือนตอนที่ยังไมได้่คบกัน

สบายใจกว่า รู้สึกได้ถึงความรู้สึกดีๆที่ตอนคบกันมันไม่ค่อยได้รู้สึก

เต้ก็ไม่ต้องมานั่งหึงหวงเรา เราก็เล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ให้เต้ฟังได้ทุกเรื่อง

เป็นแบบนี้ดีแล้วกับคนบางคนที่ฟ้าอาจส่งมาให้เป็นได้แค่เพื่อนกัน

เศร้าไหม.. เศร้านะ แต่เป็นแบบนี้ดีกว่าแล้วล่ะ จริงๆนะ ถ้าฝืนคบต่อคงไม่รอดอ่ะ

ความรู้สึกเต้มันคงไปหมดแล้วอ่ะ แต่เราเองก็ยอมรับความผิดแล้ว

คนเราเมื่อทำผิดก็สมควรได้รับบทเรียนที่เค้าเรียกกันว่า“กรรม”ใช่ไหม

ใช่ คนเราควรที่จะต้องยอมรับผลของการกระทำของตัวเอง ไม่ควรไปโทษคนอื่น

เมื่อเรายอมรับความดีความชั่วของตัวเราเองได้และยอมรับผลที่ตามมาได้

เมื่อนั้นความรู้สึกทุกอย่างก็จะคลี่คลาย.. แล้วมันก็จะสบายใจ : - )

 

โอเค.. จบเรื่องที่ทุกคนสงสัย ; - )

ตอนแรกยอมรับว่านอยๆไปเป็นอาทิตย์ เพราะเรื่องราวมันยังคาราคาซังอยู่

แต่มาวันนึงได้รับของขวัญวันเกิดจากเก๋เพื่อนเลิฟ

เป็นเสื้อกล้ามสีฟ้าของร้าน Dlush เขียนไว้ว่า Almost Single

จากที่นอยมานาน ของขวัญชิ้นนี้ทำเรายิ้มและที่สำคัญคือ คิดได้

เออเนอะ ก็็เราโสดแล้วนี่หว่าจะทำอะไร ยังไง ทำไม ชาเย็นก็ได้

ก็เลยยิ้มๆ แฮปปี้ เต็มที่กับความโสดของตัวเอง ยอมรับเลยว่าไม่ค่อยได้โสด..

แต่พอมานั่งคิดไปคิดมา.. เราว่าเราเองเพิ่งรู้ตัวอ่ะ ออกแนวรู้ตัวช้าไปป่าววะ

 

เราว่าเรายังไม่พร้อมที่จะเริ่มความสัมพันธ์ที่จริงจัง.. *เลย!

ไม่พร้อม“เลย”จริงๆว่ะ แล้วทำไมเพิ่งจะคิดได้นะเนี่ย โมโหตัวเอง

กว่าจะคิดได้ก็จะจบปีสี่อยู่แล้วเนี่ยนะ !!! โอ้วกรอช~~!!

แต่ก็ยังดีกว่าคิดไม่ได้นะ อ่ะนะเอาแหละ ไหนๆก็คิดได้แล้วก็ชิลไปละกัน

การเป็นตัวของตัวเองขั้นสุดของเรามันคงทำให้ยังมีความสัมพันธ์ที่เนิ่นนานลึกซึ้งได้ยากอ่ะ

ความรักอิสระที่มากเกินไปของเรา รักอิสระมากกว่าชีวิตและความรู้สึกของคนที่เรารักและรักเรา

ความรักอิสระของเรามันไม่เคยทำร้ายเรา แต่มันมักจะทำร้ายคนที่รักเราตลอดเลย

แบบนี้มันสมควรแล้วเหรอ..? ถ้าเราจะยึดติดคนอีกคนไว้กับหัวใจของเราทั้งๆที่ปีกในหัวใจกับเท้าเรามันยังบินและก้าวไปน่ะนะ?

ไม่ไม่.. ต่อจากนี้ในเมื่อเราคิดได้แล้ว ถ้าเรายังไม่พร้อมที่จะลดความอิสระนั้นเพื่อใครสักคน

เราก็จะยังไม่เริ่มความสัมพันธ์ครั้งใหม่เด็ดขาด

ถึงเขาคนนั้นจะบอกว่ารับได้ แต่มันก็คงเป็นแค่ช่วงแรกๆใช่ไหม? ใช่สิ แรกๆอะไรๆมันก็ดูดีไปหมดแหละ.. -_-“ this is a SENG and NOY -_-“ !

 

เราเกิดมาชีวิตหนึ่งชีวิตเดียวก็พยายามใช้มันให้เต็มที่แต่ไม่ถึงขั้นเหลวแหลก

แต่ขอใช้ชีวิตในแบบที่วินาทีสุดท้ายของชีวิตตัวเรามองย้อนกลับไปแล้วยิ้มไปกับมัน

และคิดได้ว่าเกิดมาชีวิตหนึ่งกูคุ้มแล้ว กูเป็นประวัติศาสตร์แล้ว ถึงตอนนั้นเราคงเป็นวิญญาณที่มีความสุข

เพื่อนคนนึงเพิ่งบอกไว้ว่าเรามีชีวิตที่น่าอิจฉา.. อื้ม ถ้ามันดูเป็นอย่างนั้นจริงก็ขอน้อมรับคำชมไว้ละกันนะ :-D

 

ปล.. 1 !

วันเกิดปีนี้ 27072007 ! เลขสวยๆ ! ^o^~

วันเกิดอายุครบ 22 ปีในปีนี้ สับสนงงงวยกันมากมาย

เลิกกับเต้ก่อนหน้าวันเกิดสามวัน โอ้ว เยี่ยมไปเล๊ย~

ของขวัญวันเกิด เมสเสจ คำอวยพรในปีนี้ เราแบบว่าขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆทุกคนที่ไม่เคยลืม TuT

ขอบคุณกวางสำหรับลิปกลอสสีชมพูหวานๆ..

ขอบคุณแป้งสำหรับพวงกุญแจรูปหัวใจเลิฟๆ..

ขอบคุณกอล์ฟกับนุ้ยสำหรับท่าเต้นspecial giftที่ทุกคนในร้านมีอันต้องตะลึง ! (กูด้วยO_O!)

ขอบคุณเก๋สำหรับเสื้อกล้ามDlushลายAlmost Single แกรู้ใจเราโคตรๆเลยรู้ป่าว?

ขอบคุณน้องเก๋สำหรับโปสการ์ดและที่คาดผมทำมือสุดน่ารักและที่อยู่ข้างๆพี่สาวคนนี้ตลอดมา..

ขอบคุณพี่กิ๊บสำหรับVCDหนังการ์ตูนที่เราชอบมากที่สุดThe Last Unicorn..

ขอบคุณตาวสำหรับรองเท้าผ้าใบคอนเวิร์สลายฝีมือเพ้นท์ของแป้ง..

ขอบคุณโรสำหรับขนมที่อุตส่าห์เอามาแขวนไว้หน้าห้อง..

ขอบคุณพี่บีมสำหรับผ้าพันคอลายน่ารัก..

ขอบคุณเต้ที่ถึงจะเพิ่งเลิกกันไป แต่ก็ยังเสียเวลาไปนั่งทำหุ่นไม้ลายเรานั่งเป่าเค้กน่ารักโคตรๆมาให้อีก : -)..

เป่าเทียนออกมาเป็นรูปหัวใจได้ด้วยนะเอ้า~! เจ๋งป่ะล่ะ.. ;- P

ขอบคุณคำอวยพรในmyspaceกับhi5จากเพื่อนๆ โดยเฉพาะ ป่าน เอก รุณ นุ่ม เลิฟพวกนายนะ จุ๊บๆ

ขอบคุณคำอวยพรเสียงตามสาย โดยเฉพาะ พี่กร โทรมาก่อนใครโคตรๆ เราไม่ลืมพี่แน่ๆ

ขอบคุณเมสเสจจาก เซียม กิ๊บ ซล. (สองคนนี้แข่งกันมาเป็นสองคนแรกของทุกปีเลย ^^)

พี่เอ็ม the kdk พี่ไมตรี (สองพี่ชายที่น่ารักของน้องสาวมากปัญหาขี้เอาแต่ใจ >_<)

แป้ง กวาง (มากันเป็นแพคเกจทุกเทศกาล ^^)

พี่เพชรโอฯ (มิตรภาพต่างวัยแต่สไตล์เดียวกัน กริ๊ว~ ดีใจที่ได้รู้จักพี่นะ พี่เพชรไนซ์มากๆ)

ทราย001 (หนีไปหลวงพระบางวันเกิดเราซะงั้น ไปด้วยไม่ได้เลย T_T แต่ก็ยังส่งเมสเสจมา ขอบใจจ้า ^^)

พี่บีม sss (พี่ชายตัวโต nice to meet you ka.. xx เรากลับมาที่เดิม ^^)

ตาว (อายุเท่ากันแล้วนะ !) พี่พี (จำฝังใจไปแล้วใช่ป่าว โดนหลอนมาจะสิบปีแล้ว 55+ ขอบคุณค่า)

กวาง ซล. (ดีใจมากๆที่ได้คุยกันอีก ขอบใจที่ยังจำเพื่อนคนนี้ได้เสมอ) มล (จะกินฟรีท่าเดียวนะรายนี้ 55+)

ทอป (you’re always my TOP 3D! and I’m always your นู๋เหม่ง ! T_T~!)

หน่อย (เจ๊ากันๆ รักมึงนะแมว you’re always my CATSAZIN and I’m always your ไอ่เหม่ง too ! T_T~)

กู้ กิ๊บ จี เดียร์ อ้น เก๋ (รักพวกแกนะ you’re always my friend too : -)

ป๊า คุณแม่ (ไม่มีป็ากับคุณแม่ ไม่มีกิ่งเวอร์ชั่นมานั่งพล่ามได้ขนาดนี้ 55+ ^^ I love you na ka)

วันเกิดปีที่แล้วไปกับเพื่อนสาวที่ศิลปากรที่ร้าน DEEP มา โดยมีพี่แต้มเป็นเจ้าภาพ

วันเกิดปีนี้เลยเลี้ยงกับเพื่อนสาวหนุ่ม นตอน.บ้าง ที่ร้านประจำทุกคืนวันศุกร์ ราตรีสโมสร RCA เจ้างานคือป๋าซีฟแฟนน้องกวาง ขอบคุณมากที่ช่วยจัดการให้นะ ;- )

อย่างที่รู้ๆกันคือเราเกิดวันเดียวกันกับลุงอู๋ ปีนี้เลยจัดคู่กันเลย กิ่งกับลุงอู๋ อิอิ สบายๆ

มีกวาง ซีฟ แป้ง นุ้ย กอล์ฟ จ๋า พีซ เฟิร์น อู๋ ทอป แบต พี่บีม เพื่อนๆน้องๆวงซีฟ พี่ๆวงคุณซัน พี่ๆโต๊ะพี่นัท ขอบคุณเหล้าวันเกิดจากร้าน

ก่อนหน้านั้นไปกิน HOT POT กับคุณแม่กับพี่กิ๊บมา ก่อนไปrcaคุณแม่ซื้อแสงโสมให้ด้วยกลมนึง ว้าว~!

 

 

 

ปล.. 2 !

ลัทธิพระอาทิตย์ของเรา SANCTUARY SUNSET ใครสนใจมาเลยนะ

ตอนนี้มีสมาชิก 13 คนแล้ว เย้ๆๆๆ ดีใจๆ TuT~ เรามารักพระอาทิตย์กันเถอะ !

 

ปล.. 3 !

ณ บัดนาว.. ก่อนหน้านี้สับสน+เครียด+นอย+unhappyมากๆแต่พอปล่อยวางทุกอย่างก็ =

ปวดหัวสัมนากับThesis, เกลียดวันพฤหัส, รักวันศุกร์, ปาร์ตี้โหมด, ติดNAX, หนังสั้นเดินสาย, บ้าอ่านหนังสือ(อีกครั้ง), เห็นUFO!, ชีวิตโสด, รัก Siam Secret Service : - ), รักป๊ากับคุณแม่, รักแป้งกับกวาง, รักเพื่อน, รัก lifestyle, รักความฝัน.., รักหนัง, รักอิสระ, บูชาพระอาทิตย์

= Happy Life ^^~ นี่แหละชีวิต ที่ผ่านๆมาตายไปก็ไม่เสียดายแล้ว I LOVE MY LIFE จัง ! เต็มที่ไปเลยไอ่น้อง~! 

24 juillet

When love is …..

 

“ When love is all about trust “

ผู้ชายคนหนึ่ง.. เดินตามหาความรักที่เขาทำหายไป..

ความรักของเขา.. อยู่ที่ผู้หญิงคนนั้น.. คนดีของเขา

เขามีเชือกเส้นบางๆผูกพันความรักนั้นเอาไว้กับเธอ

เขาเชื่อมั่นในไออุ่นของเชือกบางๆเส้นนั้น

ประหนึ่งว่ามันเป็นโซ่เหล็กแข็งแกร่ง

ที่ไม่ว่าจะถูกดึงแรงแค่ไหนมันก็คงจะผูกติดอยู่กับเขา..

..ความรัก คือ การไว้ใจ.. เขาบอกกับตัวเองอย่างนั้น

..เขาค่อยๆปล่อยวางเชือกนั้นลงช้าๆอย่างแผ่วแบา..

 

 

 

“ When love is all about trickiness “

ผู้ชายอีกคนหนึ่ง.. เดินไปสู่ความรักที่กำลังจะเริ่มต้น..

ความรักของเขา.. อยู่ที่ผู้หญิงคนนั้น.. คนดีของคนอื่น

เขารู้ว่าเธอมีเชือกเส้นหนึ่งเชื่อมเธออยู่ไกลๆ..

เขารู้อยู่เต็มอก.. แต่สมองสั่งการให้ทำในสิ่งที่ฉลาดที่สุด..

ใครจะไปรู้.. บางทีเชือกเส้นนั้นอาจจะเก่าและเปราะบางเต็มที..

ใครจะไปรู้.. เชือกเก่าเส้นนั้นมันอาจจะหลุดขาดเองตามกาลเวลาก็ได้..

..ความรัก.. ไม่มีกติกาใดๆ.. เขาบอกกับตัวเองอย่างนั้น

..เขาค่อยๆยื่นมือไปกระตุกเชือกเก่านั้นออกช้าๆอย่างแผ่วเบา..

 

 

“ When love is something you’ve got to take a risk “

ผู้หญิงคนนั้น.. วิ่งวนอยู่ในพันธนาการของความรัก

ความรักของเธอ.. อยู่ที่ผู้ชายสองคน..

คนหนึ่ง.. เขาช่างเป็นคนรักที่แสนดี.. ความเชื่อใจของเขา.. ทำให้เธอมีความสุข

.. เชือกที่เธอถือไว้ในมือ ยังคงส่งความอ่อนไหวไปถึงหัวใจของเธอ..

อีกคนหนึ่ง.. เขาช่างเป็นที่ปรึกษาผู้น่ารัก.. การได้รู้จักเขา.. ทำให้เธอรู้สึกหวั่นไหว

.. กับเชือกเส้นนี้ทุกอย่างมันช่างดูน่าค้นหาและท้าทาย..

.. เธอจะเสี่ยงปล่อยเชือกเส้นใดเส้นหนึ่งไปได้อย่างไร..

 

 

“ When love comes to an end ”

ผู้ชายคนหนึ่งยิ้มให้เธอทั้งน้ำตา กระซิบอย่างแผ่วเบา

เพราะผมเชื่อทั้งหัวใจว่าเรารักกัน.. ผมจึงต้องปล่อยคุณไป..

ผู้ชายอีกคนหนึ่งยิ้มให้เธอ กระซิบอย่างแผ่วเบา

เพราะต่อไปนี้คุณต้องรักผมทั้งหัวใจ.. ผมจึงต้องไล่เขาไป..

ผู้หญิงคนนั้นน้ำตาไหล

และปล่อยให้ความหวั่นไหวโหมทำลายความรักแท้เดียวที่เธอเพิ่งเข้าใจ

……………………………….. ช้าๆ อย่างแผ่วเบา ……………..

 

 

 

 

10 juillet

เวลาที่หายไปและเวลาที่ได้มา..

 
ช่วงนี้ถ้าใครเห็นว่าเราหายสาบสูญไปจากวงการอินเตอร์เน็ตก็ไม่ต้องแปลกใจนะ
ช่วงที่ผ่านมาแบบว่ามีเน็ตที่ห้องให้เล่น
แล้วเราแบ่งเวลาไม่เป็นเลย มีการบ้าน มีงานจ็อบ ก็ไม่ได้ทำเลย
หรือถ้าทำก็จะจิตใจจดจ่ออยู่กับเน็ตมากกว่า (โดยเฉพาะ myspace-*-)
เซ็งตัวเองมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ตอนนี้เลยตัดสินใจได้(และดี)แล้วว่า เราจะเล่นเน็ตให้น้อยลง
อย่าให้เวลาสูญเสียมากเกินไปโดยเปล่าประโยชน์
โดยเฉพาะถ้าเรายังมีงานให้รับผิดชอบมากกว่าหนึ่งงานขึ้นไป
 
แต่จริงๆแล้ว myspace เป็นเวบที่ดีนะ
ที่เราเล่นๆมาเกือบปีแล้วเนี้ย ทำให้เราได้รู้จักผู้คนใหม่ๆเยอะแยะขึ้นมาก
ได้เจอเพื่อนใหม่ที่สนิทกันมากๆ เหมือนกับว่าคบกันมานาน
มันก็คงเหมือนเป็นดาบสองคมล่ะมั้ง
แต่ก็อย่างว่าอ่ะ เทคโนโลยี มันก็ขึ้นอยู่กับคนใช้มันจริงๆแหละ
ถ้าใช้มันอย่างถูกวิธี ถูกเวลา มันก็คงมีแต่เรื่องดีๆอ่ะ
แต่อย่างที่ว่าอ่ะ.. ผิดที่เราเองแหละ ที่แบ่งเวลาไม่ได้เอง.. -*-
 
เวลาที่หายไปกับเวลาที่ได้มาของเราตอนนี้มันแฮปปี้แฮะ.. :-)
เวลาที่สูญเสียไป ก็ทำให้ได้มิตรภาพใหม่ๆเพิ่มขึ้นมามากมาย
 
เดือนนี้เดือนที่เราชอบที่สุดมันเวียนมาแล้วล่ะ
เดือน 7 เดือนกรกฏา เดือนแห่งหน้าฝน เดือนของเรา.. ชอบจัง เดือนของเรา
เดือน 7 ทุกปีมีแต่เรื่องดีๆ ปีนี้ก็ด้วย มีความสุขจัง !
จะวันเกิดแล้ว จะ 22 แล้ว แก่จัง.. T-T หวังว่าจะมีเรื่องราวดีๆเข้ามาเยอะๆนะ
 
ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 6 กรกฏาแล้วอ่ะ
เราเที่ยวทุกวันติดกันเลยอ่ะ สนุกมากๆๆๆๆๆ แต่ก็นะ เหนื่อย.. แต่ดีมากเลย ได้เจอได้รู้จักผู้คนใหม่ๆเยอะแยะมากมาย
 
มีพี่สาวคนหนึ่ง เราประทับใจเค้ามากๆเลยอ่ะ
เค้าชื่อ พี่รี เป็นพี่สาวตัวเล็ก หัวฟู เหมือนหลุดออกมาจากการ์ตูนเลยอ่ะ
เค้าโตแล้วแต่เค้าก็มีความเป็นเด็กอยู่ เค้าเป็นไฮโซแต่เค้าก็ติดดิน
เค้าเป็นคนพูดจาตรงไปตรงมาเหมือนผู้ชายแต่ก็มีความอ่อนหวานแบบผู้หญิง
โอ๊ยยยยยย ! ผู้หญิงบ้าอะไรวะ น่ารักโคตรๆๆๆๆอ่ะ กรี๊ด ไม่ไหวแล้ว
พี่รีเลยถูกสถาปนาให้เป็นไอดอลคนใหม่ของเรานับแต่นี้เป็นต้นไปด้วยประการฉะนี้แล..
 
เรื่องราวเยอะแยะมากมายนะ แต่ไม่รู้จะเริ่มเล่าจากเรื่องไหนดี
เอาเป็นว่าช่วงนี้ happyๆ ^^ กลับมามีความสุขแล้วนะเพื่อนๆ
เรื่องเก่าๆของคนบางคนก็พอจะลืมมันได้แล้วล่ะ
ก็มีคิดถึงบ้าง.. แต่ก็คิดถึงด้วยรอยยิ้ม ไม่ใช่ด้วยน้ำตาอีกต่อไปแล้ว..
 
รักช่วงเวลานี้จัง !
sun and rain and love in my heart ~
20 juin

อาจเป็นเพราะ"รัก"ให้หมดใจ อาจเป็นเพราะรัก...ไม่สมใจ

อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด…

คำพูดที่สุดแสนจะสามัญธรรมดาของมนุษย์โลก…

คำพูดศักดิ์สิทธิ์ที่จะยังคงใช้ได้ตลอดกาล…

ถ้าเลี่ยงได้…ก็คงไม่เกิด

แต่ถ้าเกิดขึ้นแล้ว…ก็คงเป็นเพราะเลี่ยงมันไม่ได้

ถ้ายังอยู่… เพื่อที่จะได้เรียนรู้และเข้าใจก็คงจะดี

แต่บางอย่าง หรืออาจจะแค่เพียงอย่างเดียวในหนึ่งชีวิตของคนเรา…

ที่เกิดได้แค่ครั้งเดียว… ที่เป็นได้แค่เพียงครั้งเดียว…

แล้วจะไม่มีวันได้กลับมาแก้ไข…

หนึ่งนาทีที่ผ่านไป… ผ่านแล้วผ่านเลย…

เจ็บเท่าไหร่ก็ซื้อกลับคืนมาไม่ได้

อยู่ที่ว่านาทีเหล่านั้นที่ผ่านไป มีค่าแค่ไหนสำหรับการคิดถึง

หรือหวนกลับไปนึกถึงแม้ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม…

บางอย่างสำหรับบางคน ดีและประทับใจจนอยากให้เกิดขึ้นอีก…

ซ้ำแล้วซ้ำอีก จนลืมไปว่าเราต้องมีวันพรุ่งนี้ วันที่อาจจะต้องฝ่าฟัน

อะไรต่ออะไรอีกร้อยแปดพันเก้า… วันที่อาจไม่เหมือนวันวานเลยแม้แต่น้อย…

แต่สำหรับคนบางคนก็คงอยากให้เหมือนแค่ฝันร้าย…

ฝันที่สุดแย่และเสียใจ… ซึ่งเมื่อตื่นขึ้นมาแล้ว… มันไม่ได้เป็นดังที่ฝันไว้

หรือไม่ก็เมื่อตื่นขึ้นมาแล้ว… ถ้าเป็นไปได้.. ก็ขอให้จำอะไรไม่ได้เลย

 

ทำไมฝนตกกับความเหงาต้องมาเป็นของคู่กัน..?

ทำไม.. สายฝนต้องทำให้คิดถึงเรื่องราวในอดีต

เรื่องราวที่เป็นดั่งความฝันหรือภาพลวงตา

เรื่องราวที่มีค่า ฉันรู้สึกได้ถึงไออุ่น เส้นผม แววตา และกลิ่นหอมของเธอ

ฉันสัมผัสมันได้ตลอดเวลา แม้จะไม่มีเธออยู่ข้างๆ

เมื่อไหร่ฉันจะลืม 928

เมื่อไหร่.. ความทรงจำจะไม่ย้อนกลับมาทำร้ายฉันอีก

ฉันคงต้องขอยืมคำพูดของนุ่มเพื่อนสาวน่ารักในspaces liveแห่งนี้มาใช้

“หากความคิดถึง . . . สามารถทำให้ร้องไห้

ฉันอยากลบความเจ็บปวด . . . ด้วยความทรงจำใหม่

 

แต่ช่างน่าเศร้า.. ที่ความหมายในประโยคนี้ของฉันไม่เหมือนกับของนุ่ม

ความคิดถึง “ความทรงจำในอดีต” ของฉันทำให้ฉันร้องไห้ ..มันน่าเศร้า

ฉันอยากลบความเจ็บปวดในอดีตด้วย “ความทรงจำใหม่” กับเธอ

มันจะเป็นไปได้ไหม..?

แต่.. ในเมื่อเราได้มีโอกาสพบเจอกันแล้ว

มันก็ไม่มีคำว่า สายเกินไป ใช่ไหม?

..JUST RESTART..

 

Just give me 1 kiss

Maybe 1 smile

Only 1 touch, that’s enough.

I see the sunrise.

It shines from your eyes

That’s where the truth lies.

THIS MUST BE LOVE

 

อาจไม่มากมายเท่าที่เคยให้ใครคนนั้น แต่ฉันสัญญาว่าจะมั่นคง

 

25 mai

เสียงหัวเราะของมะรอซือดี

 

 

โลกใบนี้เป็นโลกแห่งความหวัง
บนเส้นทางส่องประกายความสุขสว่างจ้า
แต่เส้นทางของมะรอซือดี ดูเศร้าสร้อย
ช่วงชีวิตราวผืนดินขาดน้ำ
ฟ้าขาดดาว
ปลาขาดน้ำ
ไม้ไร้ใบ
ไร้ค่าหาจุดหมายไม่พบ

มะรอซือดี
อยู่ในโลกใบนี้
เขามีหวังแต่ไม่เคยได้ดั่งหวัง
เขามีสุขแต่ไม่เคยพบความสุขที่แท้จริง
หน้าตา ตัวตน เหล่านั้น เป็นเพียงสิ่งสมมติ  

เสียงของเด็กน้อยมะรอซือดีราวเสียงผู้เฒ่าชรา
เขาอยากหัวเราะสดใสร่าเริง มีความสุข แต่ภาพบางภาพยังติดตา
ร่างของพ่อนอนอยู่ริมถนนนั้น น้ำข้นสีแดงท่วมไปทั้งร่าง
ถูกผ้าขาวห่อคลุมร่างทั้งร่างอยู่ตอนนั้น
มันไม่ใช่ภาพลวงตา
ไม่มีความงดงามใดจะปกปิดความจริงเหล่านี้ได้
หน้าตาของความสุขถูกแทนที่ด้วยความเศร้าและน้ำตาของการจากลา
พ่อกำลังจะถูกดินกลบฝังร่างทั้งร่าง
หลุมลึก -- อึดอัดไหมพ่อ...

มะรอซือดีอยู่ในโลกใบนี้อย่างเดียวดายสิ้นหวัง
แกล้งยิ้มกับคนนั้น คนนี้
แกล้งบอกความฝันปลอมๆกับคนโน้น
เสียงหัวเราะที่มีอยู่ในทุกวันของเด็กน้อย
ไม่ควรจะอยู่คู่กับแววตาอาฆาตคู่นั้น...

โดย ก่อคเณศ รุ่งสันเทียะ

 

... นี้คือบทกลอนที่เรียกได้ว่าเราค่อนข้างชอบที่สุด(ในตอนนี้) เวลาที่มีเรื่องราวเศร้าๆเกิดขึ้นกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว เรื่องความรัก หรือเรื่องครอบครัว เวลามาอ่านกลอนบทนี้แล้ว ทำให้ความเศร้าทุเลาลงไปได้เยอะเลยทีเดียว ความเศร้าต่างๆนานาที่เกิดขึ้นกับตัวเรา มันคงเทียบไม่ได้เลยกับการที่จะต้องจากเป็นหรือจากตายกับคนที่เรารัก โดยเฉพาะพ่อแม่หรือบุพการีที่เรารักและเคารพ มันเป็นความเศร้าที่่ยังไม่เกิดขึ้นกับตัว แต่มันก็คงต้องเกิดขึ้นในสักวัน แต่เป็นไปได้ก็ขอให้เป็นเวลาที่อีกนานแสนนาน......... เลยละกันนะ ..

 

... และอีกข้อคิดนึงที่มีไว้ใช้เตือนสติตัวเองบ่อยๆเหมือนกัน เป็นคำพูดที่ "เคนจิ" พูดกับเพื่อนๆร่วมขบวนการของเค้าในคืน "วันส่งท้ายปีเก่านองเลือด" ในสุดยอดการ์ตูนญี่ปุ่น 2oth Century Boys ว่า "ถ้ามีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น หรือรู้สึกว่าตกอยู่ในอันตราย ขอให้ทุกคนหนีเอาตัวรอดให้เร็วที่สุด ทุกคนอย่าตายนะ" เคนจิกล่าวเช่นนี้มีนัยยะแฝงอยู่ ชีวิตคนเรามีค่า การมีชีวิตอยู่ย่อมมีโอกาสพลิกสถานการณ์ได้ อย่ายอมแพ้ แต่ตรงกันข้าม หากจบชีวิตลงย่อมไม่สามารถเริ่มต้นใหม่ได้ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเจอกับสถานการณ์ใดๆ ขอทุกท่านจงเข้มแข็ง มุ่งมั่นก้าวต่อไปเอาชนะความสิ้นหวัง

 

 

 

" การเป็นคนชั่วลำบากนะไอ้น้อง อยู่ฝ่ายธรรมะสบายกว่ากันตั้งเยอะ "

 

*ในคืนวันที่เราท้อใจ..
ขอบคุณนะ.. โลกใบกว้างที่แสนเศร้า
แต่ทำให้เราแกร่งขึ้น*

 

23 mai

โลกใบเล็กดวงเดิม.. แต่ใจกับขาที่ก้าวไกลขึ้น Part I

โลกใบเล็กดวงเดิม.. แต่ใจกับขาที่ก้าวไกลขึ้น
Part I

 

... เข้าเรื่องส่วนตัวกันบ้าง เพิ่งกลับจากไปน่านกับเชียงใหม่มา วันที่ 16-20 พฤษภา ไปกับเจ สนุกดีอ่ะ แบบว่าชิลๆ ไปเนียนๆเป็นคนแถวนั้น ไม่ใช่ไปในแบบนักท่องเที่ยวอ่ะ แต่แบบว่าแรกๆแอบเห่อกันอยุ่เหมือนกัน ตื่นเต้นนู้นตื่นเต้นนี้ ปกติจะบ้านนอกเข้ากรุง อันนี้กลับกัน กรุงเข้าบ้านนอก ตลกกว่าอีกอ่ะเราว่า แค่ขึ้นรถทัวร์ก็ตื่นเต้นกันจะแย่แล้ว 555+ รายละเอียดมีเยอะแยะมากมายเลย ถ้าอยากรู้เรื่องราวแบบทุกช็อตทุกเม็ด เข้าไปอ่านในเสปชหนูเจเลยนะจ๊ะ ...

...

ตอนนี้ชีวิตกำลัง มากมาย.. วุ่นวาย.. ตามสไตล์สาวตัวเล็กบ้าพลัง
รู้สึกพลังชีวิตตัวเองมีเหลือใช้
ทำนู้นไปนี้มานี้ ไม่มีเหนื่อยไม่มีเบื่อ
แต่แค่คิดว่ากำลังจะเปิดเทอมก็แอบเหนื่อย แอบขี้เกียจ
แต่ก็ไม่เป็นไรชิลๆเทอมนี้
แต่ปีสี่เทอมสองนี้สิ โดนไปสี่ตัว ชิลไม่ออกแน่
ทั้งฟิลด์สาม ทั้งทีสิส อิงค์ฟอร์อาเคโออีก
(จะเรียนไปทำไมวะ เรียนไปก็โง่เหมือนเดิมอ่ะอิงค์ ขนาดเรียนมา16ปีแล้วนะ-_-")

และที่โกรธอีกอย่างคือ ใครก็ไม่รู้ไม่ยอมลง Museum Education
Museum Practice เลยต้องย้ายไปเปิดเทอมสองเลย เซ็งๆๆๆๆๆๆอย่างแรง -*-
ดีที่ฝึกงานพิพิธภัณฑ์ตอนปิดเทอมเล็กก่อนได้ ไม่งั้นมีสิทธิ์ห้าปีของจริงแน่ๆ
ก็หวังว่าจะไม่ห้าปีนะ สาธุ๊!!!!

...

ปิดเทอมที่ผ่านมาเป็นช่วงชีวิตที่ได้รู้จักและพบเจอคนดีๆเยอะ
อยากบอกว่า "รู้สึกดี" มากๆ นะ :-)
ทั้งเรื่องที่ดีดีดี และไม่ดี แต่ก็เป็นความทรงจำที่ดี (เอ๊ะ ยังไง แอบงง)

...

ปิดเทอมใหญ่ในครั้งนี้

เดือนมีนาคม ช่วงเสี้ยวเดือนแรกเป็นช่วงเวลาที่กูหลงรักดวงอาทิตย์เอามากๆ
เสี้ยวกลางๆเดือน กเริ่มเกลียดดวงอาทิตย์มาก เพราะไปฟิลด์มาสิบห้าวัน
และมันทำให้กูดำขึ้นมาก T-T

เสี้ยวเดือนมีนาหลัง ไปเสม็ดกับเพื่อนสาวๆ
และบ้าพลังดูหนังอย่างต่อเนื่องไปจนถึงครึ่งเดือนแรกของเมษายน
แอบเจ็บป่วยไปประมาณหนึ่งอาทิตย์ด้วยฤทธิ์ยาดอง

 

ครึ่งเดือนหลังของเมษายน
หมดแรงไปกับการดรออิ้งและCENSORSHIT!เล็กน้อย
แต่ก็ไม่หวั่นเพราะกลับมากินเหล้าได้อีกครั้ง
และการได้ปาร์ตี้วันเว้นวันกับเพื่อนสาวที่นู้นและที่นี้ทำให้หายเหนื่อย(จริงเหรอ?)

 เดือนเมษาไปจนถึงเดือนพฤษภาการนอนหกโมงเช้า
ตื่นบ่ายสอง ออกจากบ้านตอนหกโมงเย็น และกลับมาตอนตีห้า ถือเป็นเรื่องธรรมดา
เทียวไปเทียวมาระหว่างหอกับบ้าน
ด้วยข้าวของอันมากมายประหนึ่งกับมีการย้ายบ้านเกิดขึ้น

ได้กลับมาขับยานพาหนะสีเขียวคู่ใจคันเก่าตั้งแต่ม.6มากขึ้น
หลังจากที่เข้ามหาลัยไม่ได้ขับติดต่อกันนานเท่าช่วงนี้(เก่าก็รักนะไอ่เขียว จุ๊บๆ)
ผิวที่ดำขาวขึ้นเล็กน้อยเพราะไม่มีการโดนแดดติดต่อกันไปประมาณหลายอาทิตย์
เริ่มกลับมาโดนแดดอีกครั้งด้วยหน้าที่ที่โยนให้น้องเก๋มานานหลายเดือน
ถึงคราวว่างที่ต้องกลับมาทำเต็มตัวสักทีกับงานที่ตึกTOYOTAที่ค่อนข้างกินเวลา
แต่ก็ทำให้กูโดนแดดบ้าง และใช้MAC BOOKที่ซื้อมาซะแพงให้คุ้มค่าหน่อย
ได้ไปนู้นมานี้ติดต่องานและรู้ได้ว่าการมีนามบัตรมันสำคัญมาก
และกูควรจะทำนามบัตรติดตัวสักที(พูดมานานและ..-*- ไม่ทำสักทีอ่ะ)

 ไปเป็นเพื่อนแป้งถ่ายMV เพลง U&ME วง Saliva Bastard มา
ได้รู้จักศิลปินเพิ่มขึ้น และบางคนที่รู้จักกันอยู่แล้วก็พูดคุยกันมากขึ้น
ได้รู้ว่าพี่โน๊ต อุดมตัวจริงก็ตลกเหมือนที่เห็นในเดี่ยวหรือในทีวี
ได้รู้ว่าพี่จีนสามารถจำกูได้ด้วยจากที่เคยเจอกันที่Cassette Cafeเมื่อชาติกว่าที่ผ่านมา
และพี่จีนก็ห้อยจตุคามฯกับเค้าเหมือนกัน..
ได้รู้ว่าพี่เป๊กก็สามารถจำกูได้ด้วยเช่นกันทั้งที่ไม่เคยคุยกันมาก่อน
(ช็อตนี้แอบประทับใจมากT-T)
ได้รู้ว่าเท๊ดดี้เต้นฮิปฮอปไม่เป็น(และแอบแย่.. -*-)
..หลายสิ่งอีกมากมายที่พูดไม่ได้ แต่รู้ว่าตลกและประทับใจดี(แต่ละคน)

...มีต่อพาร์ทสองจ้า 

โลกใบเล็กดวงเดิม.. แต่ใจกับขาที่ก้าวไกลขึ้น part II

โลกใบเล็กดวงเดิม.. แต่ใจกับขาที่ก้าวไกลขึ้น
Part II 

 

มาช่วงนี้กลางเดือน..
ก็ประเดิมด้วยการไปน่านกับเชียงใหม่กับหนูเจ
ประทับใจร้านเหล้าที่เชียงใหม่มากๆ แบบว่าราคาถูกสุดๆ กินเท่าไหร่ก็ไม่เกินคนละ200
เบียร์ขวดเล็ก(ทุกยี่ห้อ)ที่กรุงเทพ ขวดละ 120
เบียร์ขวดใหญ่(ลีโอละกัน กินแต่ลีโอ)ที่เชียงใหม่ ขวดละ 60
.. น่าอยู่จริงๆ เชียงใหม่ ;-)

 *special thxs

ขอบคุณพี่ยอด.. สำหรับความรู้เรื่องดอยภูซาง หนูจะสานต่อให้ดีที่สุดค่ะ
ขอบคุณพี่เค.. ที่สละเวลาขับรถไปให้
ขอบคุณเจ้าหน้าที่พิพิธฯน่านและสำนักโบราณฯ.. ที่ให้ความช่วยเหลือเรื่องจักรยานและความมีน้ำใจ
ขอบคุณผักได้ไหม.. ที่ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อเราเสมอมาและตลอดไปนะ(เป็นเพื่อนกันดีกว่าเนอะ ว่าไหม :-))
ขอบคุณจ๊ะเอ๋.. ที่มาเป็นผู้ชายที่คอยดูแลสาวๆบ้าพลังสองคนตั้งแต่ที่น่าน(ดีที่แกไม่ขึ้นรถกลับกรุงเทพมาด้วยกัน 55+ แซวเล่น)
ขอบคุณโจ้.. ถึงแกจะบ่นว่าดูแลเราได้ไม่เต็มที่ ไม่เป็นไรเลย และแกก็ไม่ต้องขอโทษเราด้วย ฝากขอโทษน้องเปิ้ลด้วยที่ทำให้คิดมาก แกกับเรายังไงก็เพื่อนกันอยู่แล้ว และขอบคุณสำหรับCDเพลงที่โคตรดีเลย์เลย 555+ ส่วนDVD KEANEจะฝากเจไปคืนนะ MVสวยมาก
ขอบคุณพี่ด๋อย.. รอยยิ้มน่ารักๆ ^_^ มือเบส ผู้ชายผมยาว เบียร์ที่ร้านก๋วยเตี๋ยว MSN ยิงๆ และสัญญาแม่สาย(ห้ามลืมนะ)
และสุดท้าย หนูเจ.. ทริปนี้เรามีความสุขนะเจ ชิลดีๆ เราไม่ชอบอะไรที่มันแบบวุ่นวายอ่ะ แบบนี้แหละดีแล้ว จริงๆนะ สนุกๆ ถ้ามีโอกาสไปด้วยกันอีกนะ อยากให้ถึงเดือนตุลาเร็วๆเนอะ จะได้ไปปั่นจักรยานกันอีก แต่ไม่แน่ถึงคราวนั้นอาจจะคล่องมอไซค์กันแล้วก็ได้ 55+

 

กลับมาตัดงานที่ค้างคาส่งเสร็จเรียบร้อยวันนี้
ติดละครแรมพิศวาสด้วย -*- กรี๊ดๆ ละครอะไรสนุกเป็นบ้า ไม่ได้ติดนานแล้วนะละครเนี่ย

 

* มากมายๆ ขอบคุณคุณโลนะ สำหรับกระถางต้นไม้สีสวยสด ขอบคุณคุณโลอีกเช่นกันสำหรับความกล้าที่ทำเราอึ้งไปเลย
* ปิดเทอมนี้เจอกันบ่อยเนอะ กวางแป้ง กูรักพวกมึงนะ
* หัวหินแจ๊สนะหน่อย กาญฯนะหน่อย ที่สัญญากันไว้ จุ๊บๆ
* น้องปูน โทรมาตอนเมาอีกนะ ชอบๆ รั่วดี (คุยกันปกติแบบว่าสุภาพเกินไป)
* พี่เนย์ ขอบคุณที่เป็นเพื่อน(MSN)ยามดึกตลอดเลย
* พี่ชาย พี่ไมตรี ได้โปสการ์ดแล้วนะ ขอบคุณคะ
* เตอร์ อัมพวานะ ลาวนะ ห้ามเบี้ยวนะ
* น้องก่อ พี่เฟรม อย่าเพิ่งเครียดเรื่องห้องตัดนะ แล้วเราจะผ่านมันไปได้ (มาถึงขั้นนี้แล้ว)
* เก๋ อ้น วิ ได้โปสการ์ดยัง จีเราขอโทษ แอบส่งมาช้าไปจริงๆ เลยว่าจะส่งให้ตอนไปเชียงใหม่ แต่ไม่ได้ไปชอปโปสการ์ดเลย ไอ่นก กูติดต่อมึงไม่ได้  -*-!
* พั้นช์ กู้ ตาล พลอย นุช - บริกๆๆๆๆๆๆๆบาร์ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ นะ
* มีแฟนดีเหมือนถูกลอตเตอรี่รางวัลที่1 เค้ารักตัวเองนะ
* เผลอไม่ได้ อัพยาวววววววววว อีกละ -*-

* มากมายๆๆๆๆๆๆๆๆ ระวังเคลิ้ม~

11 mai

จดหมายรัก..และบันทึกความทรงจำสมัยวัยคอซอง ^o^/

วันนี้จะมาเขียนถึง จดหมายรัก ที่ไม่ใช่หนังเรื่อง the LETTER นะ
แต่เป็นความทรงจำดีๆ เกี่ยวกับคำว่า "จดหมายรัก"
 
วันนี้ทำตัวเป็นคนแก่อีกแล้ว กลับบ้านมา
(ไม่ดิ ต้องเรียกว่าอยู่บ้านแล้ว.. เย่ๆ ^^)
รื้อข้าวรื้อของเก่าๆสมัยเด็กๆมาดูเรื่อยเลย
เป็นคนที่เก็บรักษาของที่มีคุณค่าทางจิตใจดีมาก
แทบจะไม่มีอะไรขาดตกบกพร่อง
 
วันนี้เปิดตู้หนังสือเก่าๆของเรา ก็ไปเจอกับแฟ้มที่รวบรวมเอา จดหมายรัก จากสาวๆไว้เพียบ
ไม่ได้เอาขึ้นมาดูนานมากๆ
พอหยิบขึ้นมาดูวันนี้ นั่งขำชิปเป๋งเลย
และนี่คือภาพส่วนหนึ่งของหนึ่งในความทรงจำดีๆ อมยิ้มๆ
(มีจำนวนมาก ขนาดที่เรียกได้ว่าจดหมายที่ได้จากมนุษย์ผู้ชายชาตินี้และชาติหน้าคงไม่เท่า -*-)
 
 
ตอนเด็กๆสมัยที่เรียนเซนต์หลุยส์ศึกษา(สาทร)
(ปล.. สำหรับคนที่ไม่รู้จัก ซล. หรือเซนต์หลุยส์
เป็นโรงเรียนเอกชนหญิงล้วนเล็กๆที่มีถึงแค่ม.3 ที่ถูกบดบังด้วยโบสถ์และโรงพยาบาล น่าสงสารเนอะ T-T)
กูแบบว่าเป็นอะไรที่แมนมาก
ทำตัวเป็นทอม(ไม่ได้ทำเป็นดิวะ เค้าเรียกว่า เป็น เลยล่ะ)
ชอบคิดว่าตัวเองหล่อมาก เท่ห์มาก สาวติดตรึม
โดยเฉพาะช่วงป.6 ม.1 นะ เวลาเล่นบาสงี้ ไม่ได้หรอก ต้องมีหวีประจำตำแหน่งหนึ่งอัน
ว่างไม่ได้เป็นต้องหยิบมาเสยผม(ที่มีอยู่น้อยนิด)
แต่เป็นทอมที่แอบรันทดเพราะ ตัวเล็ก ไง
เวลาแข่งบาสก็ได้เป็นแค่ตัวสำรอง(ถึงไม่ถึกแต่หนูก็เร็วนะคับ)
เวลาชั่วโมงเนตรนารีก็ได้เป็นแค่รองหัวหน้าหมู่(หัวหน้าหมู่ไอ่หนิงเอาไปกินตลอด ถึกไง 55+)
 
แล้วฉายากูแต่ละอันนะ เพื่อนตั้งให้แบบรู้กันไปเลยว่ากูเป็นคนยังไง
อันแรกเงี้ย คาสโนว่า ก็ไม่ต้องอธิบายแล้วใช่ป่ะ
แบบว่ากูเป็นแฟนกับเด็กตั้งแต่ป.5ยันพี่ม.3  
(แต่กูก็มีคนที่กูรักมากๆเลยนะเว้ย มันคนนั้นคือ ไอ่เบลล์
ที่มาตอนนี้แล้ว กูมานั่งคิด นอนคิด คิดแล้วคิดอีกว่า กูรักมันมากมายขนาดนั้นได้ไงวะเนี่ย???
รักขนาดที่ว่าเทียบความบ้าบอคอแตกของกู ก็อาจจะรักที่สุดในชีวิตแล้วมั้ง
คุยกับมันตอนนี้ทีไรกูขำ(ไม่ออก)ทุกที)
 
อันที่สองก็ ท่านกื้อซื่อบิ่ง กับ ท่านก๊กลาหมิ่ง
 
 
เหตุมาจากกูซื่อบื้อมาก(คอนเฟิร์มจากนู๋เนยที่คิดไรของมันไม่รู้ แอบรักกูมา3ปี โดยที่กูช่างไม่รู้อะไรบ้างเลยและเพื่อนอีกหลายคนที่หลงผิดกันไปคนละวูบๆ และกูก็ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลยอยู่ดี -_-" ก็มัวแต่ไปจีบเด็กกับรุ่นพี่นินะ -*-)
และกูลามกมาก 555+  อันนี้ทุกคนรู้กัน ขำๆ
 
เป็นไงมาไงไม่รู้ อยู่มาวันหนึ่งแม่กูมารับกูที่โรงเรียน
มีแฟนสาว(ในตอนนั้น)วิ่งเอาตุ๊กตาสุดน่ารักมาให้ต่อหน้าแม่
ขึ้นรถปุ๊ป แม่ไม่พูดกับกูสักคำ
จนระหว่างทางแม่ถามกูขึ้นมาอย่างซีเรียสว่า
"ตกลงน้องกิ่งจะเป็นผู้หญิงหรือเป็นผู้ชายคะ?"
กูแบบเหวอเลย..
พอมานั่งนึกขึ้นได้ในตอนนี้(วันนี้)
กูเลยเดินขำๆไปถามแม่กูหลังห้องครัวว่า(แม่กูกำลังทำกับข้าวอยู่)
"คุณแม่จำได้ไหมว่าตอนม.ต้นคุณแม่เคยถามกิ่งด้วยว่ากิ่งจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย"
แม่กูขำ "จำได้ๆ"
"กิ่งอยากรู้ว่าตอนนั้นเพราะอะไรคุณแม่ถึงถามแบบนั้นอ่ะ"
"ก็ตอนนั้นน้องกิ่งกระโดกกระเดก กลับมาบ้านนอกจากกระโปรงนักเรียนก็ใส่แต่กางเกง ซื้อกระโปรงมาให้ก็ไม่ใส่ แถมยังโดนคุณครูว่าเรื่องจดหมายอะไรอีก บลาบลาบลา"
กูก็เหอะๆ.. นี่คือสิ่งที่แม่กูคิดหรือนี่
 
แล้วอีกเรื่องคือ ตอนเด็กๆช่วงป.5-ม.3 กูเพี้ยนมาก
(เพี้ยนไม่เพี้ยนดูได้จากรูปนี้.. อยู่กับพ่อกับแม่กูยังเพี้ยนได้ -*-..)
 
กูขำได้ตลอดอ่ะ
ฮิตสติกเกอร์กันไปถ่ายกูก็ทำเค้าขำกันหมด ไม่เป็นอันได้รูปสวยๆกับเค้าหรอก
ไปโรงเรียนวันๆกูไม่หลับก็ขำ มีอยู่สองอย่างในชีวิต
จนมาตอนม.2คุณครูประจำชั้นกูคงเอือมระอากับกูมากอ่ะ
จัดChild Centerซะแบบ กลุ่มละ 5 คนนี้ กูหนึ่ง และเด็กเรียนประกบ 4 จัดโต๊ะแบบหน้าสุด กลางห้อง
(จำได้ว่ามี เชอร์รี่ จินต์ศุจี ไอ่เล้ง กับอรพินท์ แกงค์เด็กเรียนเค้าล่ะ)
หวังว่ากูจะปรับตัวได้ แต่ไหงไปๆมาๆกูทำเด็กเรียนทั้ง 4 ใจแตกก็ไม่รู้
นั่งขำกูกันชิบหายทุกคาบอ่ะ แถมไม่พอกูยังไประรานไอ่โต๊ะข้างๆอีก
มันจะมีกันอยู่ 5 คน ชอบรุมกูคนเดียว กูน้อยใจ
มีไอ่เนยเป็นตัวนำเลยไอ่นี้ รวินทร์เพื่อนรักมาหักเหลี่ยมโหดกูตอนนี้นี่เอง55+เข้าข้างเนยซะงั้น
ศันสนีผู้ร่วมสมคบคิด ไอ่กุ๊ก และไอ่ปิ๊กดาววารสาร ธรรมศาสตร์ตอนนี้(มันสวยมาก..)
 
ข้อความในจม.กูก็จะโดนรุมประมาณนี้
 
มานั่งอ่านตอนนี้ก็ขำ เออเนอะ.. กูก็ไปต่อกรกับพวกมันนะ
เขียนกันไป เถียงกันมาจนไม่เป็นอันเรียน
สุดท้ายคุณครูก็ยกเลิกระบบChildCenterเพราะคงเห็นแล้วว่ามันทำให้แย่กว่าเดิมอีก 55+
 
แล้วเจออันนี้มีแอบประทับใจกันไปข้างเลยทีเดียว
สมุดวาดเขียนสี่เหลี่ยมจัตุรัสสีดำธรรมดาๆเล่มนี้ มีอะไร?
ให้ทายๆ...........
 
 
เฉลย~
 
มันคือ
 
สมุดที่เพื่อนๆช่วยกันเขียนเซอร์ไพรส์HappyBirthDayเราตอนอายุครบ15นั่นเอง~
 
ถือว่าเป็นหนึ่งในของขวัญวันเกิดที่เคยได้รับแล้วประทับใจไม่มีวันลืมเลยฮ่ะ  ซึ้งๆ
 
ในเล่มก็จะแบ่งหมวดหมู่เป็น
- P'กื้อ's group ก็จะมี กวาง เนย กิ๊บ วิน
 
ข้อความประทับใจคือ กลอนไม่สัมผัสที่ กิ๊บ (บรรจง)แต่งให้(รึเปล่า?)
เนื้อหามีดังนี้
 
                     27 กรกฎามาบรรจบ          อายุครบ 15 กลายเป็นสาว
กื้อ อย่าลืมไปทำบัตรที่เมืองลาว          เลิกนอนหาวในชั่วโมงที่โรงเรียน
ก็ขอให้หุ่นของกื้อเลิกเหมือนเทียน      ก็ขอโทษถ้าเราเขียนไม่สัมผัส
งั้นขอให้กื้อฝันว่าถูกงูรัด                      จะได้หัดมีแฟนเป็นผู้ชาย..
 
จากนักประพันธ์ผู้ยิ่งใหญ่
 
 
สรุปคือ กูชอบกลอนบทนี้จัง ^^
 
ของ กวาง ก็เนื้อหาประมาณว่า ขอให้สมหวัง อย่าหลายใจ ปีหน้าก็จะได้แค่ส่งการ์ดไปให้แล้ว รักเราบ้างอย่ามัวแต่รักคนอื่น มันน้อยใจ - จ่ะ!
 
 
ของ เนย ก็ จะขอให้พี่กื้อมีความสุขมากๆ กลายเป็นนางสาวแล้ว แก่แล้วก็ตจร. อย่าหลับในชม.เรียนบ่อย ให้บางครั้งบางคราวพอ ขี้เกียจเฝ้าให้ - จ่ะจ่ะ!
 
 
รวินทร์ ก็ ก็วันนี้เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของท่านสมิงเบญจพรรณ พระราม (แต่เวลาผ่านไปจีน ประชาชนนิยมเรียกท่านว่า "กื้อซื่อบิ่ง") และอวยพรมากมาย(ที่ตอนแรกขอให้เข้าตัวมันเอง ซะงั้นรวินทร์!) - จ้า!
 
 
 
- Special Guest ก็จะเป็นคุณครูปรัศนี ธูปเทียนรัตน์เป็นครูที่ถือว่ากูค่อนข้างซี้สุด ก็อวยพรอย่างซึ้งๆ(รึเปล่า?) ว่า
โตขึ้นอีกปี รับผิดชอบมากกว่านี้ อย่าหลับในห้องเรียน  ครูปรัศนี
ค้าบบบบบ...
 
- Special Friends ก็จะเป็นเพื่อนๆที่สนิทกันแต่คนละกลุ่ม เช่น จินต์ศุจี จุฑามาศ แนท(เอกอิงค์ โบราณ ณ บัดนาว) ปุ้ย ไอ่หนิงเพื่อนเลิฟ ไอ่หนกเพื่อนรัก แอน บลู เมธิกา ปอ แกงค์สาวสวย เอม มุก(เม่น) ฝน ไฝ ปิ๊ก(ดาววารสารมธ.คนเดิม) โกลดี้(ดาวอักษาจุฬา)
 
- Special girlfriends of P'กื้อ (love storys of P'กื้อ) (ใครตั้งชื่อตอนนี้ฟระ ขอบจายนะ.. -*-) ก็จะมีตัวจริงบ้าง แอบอ้าง(บ้าง) โดนเหมาบ้าง ตามประสาเพื่อนๆมันคิดกันไปเอง ตัวจริงก็จะมี น้องลูกตาล ม.2 แนน อาราเล่ กุ๊ก(อันนี้โดนเหมา) ไอ่เจี๊ยบ ไอ่เล้ง ไอ่ซวง ศันสนี(3-4คนหลังนี้โดนเหมาอย่างแรงๆๆๆ) อีเบลล์(อดีตที่เลิฟกู) เจนนี่(อันนี้โดนเหมามากๆๆ)
 
- Special Photo เหมือนจะเป็นรูปกูนะ เปล่าเลย มีแต่รูปเพื่อนกลุ่มกูและผู้จัดทำ รูปกูหลงไปรูปเดียว แถมยังเป็นรูปควงเพื่อนสองคน แล้วเขียนไว้ว่า "ควงมาเย้ยกันเหรอ" -*- ขอบใจ!
 
เล่มนี้สำหรับกูกูว่าแอบซึ้งกว่า Friendship ว่ะ
แบบว่าแอบเนียนทำกันไม่ให้กูรู้ และก็เซอร์ไพรส์จริงๆ
 
ต่อมาวีรกรรมเด็ดที่ทำให้กูเก่งภาษาอังกฤษขึ้นมาในหนึ่งคืน
ขอเรียกเหตุการณ์(วีรกรรม กรรมจริงๆ)นี้ว่า
ท่องGramma 24 หลัก เพื่อพิชิตขวดโหล(ของเธอ)คืน! (เอ่อ.. คือชื่อยาวไปไหม๊ -*-)
ไม่น่าเชื่อว่าขวดโหลใส่ปุ๋ยเคมีทรงยาวของขวัญวันวาเลนไทน์จากน้องลูกตาลเพียงชิ้นเดียว
จะทำให้กูท่อง Gramma ที่กูเคยโง่มาตลอด8ปี ทั้งหมดได้ภายใน 1 คืน
กล่าวคือ วันนั้นมีเรียนเสริม 16.30-17.30น. ตามปกติ
(คนที่เรียนมี2ประเภทคือ ฉลาดมาก และ โง่มาก ซึ่งกูคือประเภทหลัง -_-")
เป็นวันวาเลนไทน์ปกติๆวันหนึ่ง ซึ่งวันนั้นมีเรียนกับคุณครูปรัศนี(อีกแล้ว)พอดี เป็นวิชาภาษาอังกฤษ
กูก็ตามสไตล์ นั่งเพ้อกับขวดโหลขวดนั้น มองมันไปก็นึกถึงหน้าน้องคนให้ไป แล้วก็ยิ้มเป็นบ้าอยู่คนเดียว
คุณครูหันมาเห็นเข้า และที่ร้ายคือเห็นบ่อยเข้า.. เลยยึดมันซะเลย อยากดูดีนัก
กูก็แทบช็อค แต่เถียงไม่ได้ ทำผิดจริง แต่ไม่นึกว่าครูจะยึด(จริง) ง้อก็แล้ว ขอโทษก็แล้ว
สรุปครูก็เลยบอกมาว่า ให้ไปท่องแกรมม่าทั้งหมดให้ได้ พรุ่งนี้มาท่องกับครู ถ้าท่องได้หมดถึงจะให้คืน
 
โอ้โห.. อย่างนี้เค้าเรียกว่า ชิบหายสิครับ!
แต่ก็นะ กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นกูก็ต้องรับเองสิครับ
กลับบ้านจากที่ไม่เคยคิดแตะหนังสือเรียนมาก่อนในชีวิต(ถือคติว่าเรียนเป็นเรียน เล่นเป็นเล่น หุหุ)
ก็ต้องมานั่งท่องแกรมม่านรกทั้งคืน เพื่อขวดโหลขวดนั้น(ขวดโหลไม่เท่าไหร่ กลัวคนให้เสียใจ นี่~)
สุดท้ายก็.. ได้ครับพี่น้อง ไม่อยากจะเชื่อเลย O_O!!!!
และด้วยเหตุการ์ณนี้เอง ก็ทำให้กูหายโง่อิงค์(แต่ไม่ถึงกับฉลาดมาก)ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ปล.. ตอนนี้ก็ยังเก็บขวดโหลขวดนั้นไว้บูชาอยู่
 
วีรกรรมมีมากมายตอนเป็นทอมและตอนอยู่เซนต์หลุยส์ อันนี้แค่เรียกน้ำย่อย(เหรอ?)
อย่างที่เห็นๆกันว่าตอนนี้ก็เป็นสาวแล้ว 55+
คนหลายคนไม่ค่อนจะเชื่อว่ากูเคยเป็นทอม(จริงๆเหรอ?)
เออ.. จริงสิ แบบว่าทำไปได้เนอะ.. ดีนะที่ตอนม.ปลายกูไม่ไปต่อหญิงล้วนอีก ไม่งั้นกูว่ากูก็ยังไม่เลิกเป็น
(ซึ่งเพื่อนๆกูตอนนี้ก็ยังเป็นเลสกันอยู่มากมายจริงๆ โดยเฉพาะเพื่อนในกลุ่มกู ตัวดีเลย -*-)
 
ตอนนี้เป็นสาวม๊ากค่ะ แต่ถ้ามีคนที่จะทำให้กูกลับไปเป็นทอมได้
เรียกได้ว่ายอมเปลี่ยนเพื่อเธอ ก็คงต้องเป็นเธอคนนี้(ไม่ใช่ไอ่เบลล์นะ -*-)
 
 
พี่ณัน..
ผู้หญิงที่(เคย)รักกูมาก แต่กูไม่เคยรัก(แต่ก็แกล้งทำเป็นรัก.. ในตอนนั้น) เลวจังกู.. อยากย้อนเวลา..
ผู้หญิง.. คุณหนู.. สุดไฮโซ.. ที่ทำให้กูซึ้งกับคำว่า ดอกฟ้ากับหมาวัด  ว่าเป็นยังไง
ผู้หญิงที่.. กูกับไอ่หนิงแย่งกันแทบตาย แต่สุดท้ายเพราะผู้หญิงคนนี้ก็ทำให้กูกับหนิงเป็นเพื่อนรักกัน(ในที่สุดนะ..55+)
ผู้หญิงที่.. กูต้องเสี่ยงขี่มอไซค์กับไอ่หนิงตอนดึกๆดื่นๆ ทั้งๆที่เพิ่งอายุ 13 ยังไม่มีใบขับขี่ หมวกกันน็อคก็ไม่มี ไปหาถึงบ้าน(คฤหาสน์หลังโตของเธอ-*-) ที่ร้ายกว่านั้นคือ.. มอไซค์เป็นของ บ้านไอ่เบลล์ -*- (เอากับกูสิ!)
ผู้หญิงที่.. ให้จดหมายรักกูทุกวัน.. ให้ขนมกูทุกวัน.. โทรหากูทุกวัน.. ส่งข้อความเข้าเพจกูทุกวัน.. สวย รวย น่ารัก..ทุกวัน แต่กูไปรักไอ่เบลล์และไม่เคยเห็นค่าของเค้า -*- shit! 555+ (กูล้อเล่นนะเบลล์.. ได้โปรดอย่าฆ่ากู)
ผู้หญิงที่.. เป็นลูกสาวคุณวิสูตร พูลวรลักษณ์
 
ความจริงมีเหตุผลข้อสุดท้ายข้อเดียวที่ทำให้กูยอมกลับไปเป็นทอมได้ (อ้าว เห้แล้วไง!)
สรุปคือ .. กูล้อเล่น! ก็พี่ณันให้อะไรมากมายกับกูแต่กูไม่เคยเห็นค่าเค้าเลยจริงๆ แต่ตอนนี้เค้าก็กลับไปเป็นผู้หญิงแล้ว(เหมือนกู) ก็แค่พร่ำเพ้อตามประสาคนเคยรักเฉยๆ แต่ถ้าเป็นไปได้ ถ้าพี่ณันกลับมาชอบผู้หญิงอีก กูก็ยอมกลับไปเป็นทอมล่ะ (อ้าว เฮ้ย ยังไงๆ?) ล้อเล่นนนนนนนน............
 
สรุป!!
บทความหน้านี้ไม่ได้มีเจตนาอะไรทั้งสิ้น
นอกจากรำลึกความหลังกับของเก่าๆ
บอกแล้วว่าอะไรที่มันมีค่ากับความทรงจำ
ถ้ามันไม่เสียหายก็เก็บไว้เถอะ
แล้ววันหนึ่ง มันจะมีค่ากับคุณมากกว่าที่คุณคิด
แม้สิ่งๆนั้น มันจะเป็นแค่เศษกระดาษเก่าๆก็ตาม
 
ปล..
ดูจากตอนกูเป็นทอมแล้ว เห็นไหมว่าตอนนี้กูหายแสบไปเยอะเลบ
ปล.. again
(แต่บางเรื่องที่ยังแสบอยู่กูว่าก็ติดมาจากตอนเป็นทอมนี้แหละ  !!)
 
 
 
จบข่าว.. โปรดแสดงความคิดเห็นด้วยครับ เอ๊ย! ค่ะ
4 mai

บันทึกกองถ่าย CENSORSHIT! part I

บันทึกกองถ่าย
CENSORSHIT!
part I
โดย เบญจพรรณ รุ่งศุภตานนท์
 
 
CENSORSHIT! part I ที่เป็นตอนของเราถ่ายเสร็จไปแล้วเมื่อวันพุธที่ 2 พ.ค.
ดีใจโคตรๆ ที่มันผ่านพ้นไปได้ด้วยดีในวันถ่ายทำ
เพราะว่าวันก่อนถ่ายทำ หนังสั้นเรื่องนี้ ทำเราท้อแท้โคตรๆๆๆๆๆ
 
Location 2 แห่ง ถูกแคนเซิ่ลก่อนวันถ่ายทำวันเดียว T-T! SHIT!
คือโลเคชั่นที่เป็นบ้านกับร้านเสริมสวย..
โกรธ เศร้า ท้อแท้ หงุดหงิด ร้องไห้ แงๆ แบบว่าแล้วกูจะหาโลใหม่ทันไหมวะ
แล้วบรรยากาศก็แบบว่าฝนตก หม่นๆ
กูต้องเดินหาโลเคชั่นใหม่คนเดียวท่ามกลางสายฝน
คิดถึงขั้นว่าอดทนถ่ายให้เสร็จแล้วกุจะหนีไปปฏิบัติธรรม
เออ.. เอากับความคิดกูช่วงนั้นสิ แต่เครียดจริงๆ แหละ
 
แต่ไปๆมาๆ โชคก็เข้าข้าง ได้บ้านและร้านใหม่ที่แบบว่าดีกว่าที่เดิมมากๆๆๆๆ
บ้านก็เป็นบ้านในซอยจรัญ 35 เหมือนกัน เป็นบ้านของคัมเพื่อนเต้ ซึ่งเคยไปมาตอนวันปีใหม่ที่ผ่านมา
ซึ่งบ้านคัมก็การันตีมาแล้วว่า สวยและพ่อแม่ใจดี ค่อนข้างมีอิสระในการถ่ายทำ
ยังไงกิ่งก็ต้องขอบคุณคัมกับเต้มากๆ ที่ทำให้ฉากสำคัญมันออกมาสวยและดีกว่าที่คิดไว้
 
ส่วนโลเคชั่นที่เป็นร้านเสริมสวยก็ได้น้องเก๋มาช่วยชีวิต
นัดถ่ายทำวันแรก วันที่ 1 พ.ค. ที่คิดไว้ว่าที่ท่าพระจันทร์
แต่พอถึงวันจริง ทำเราแย่อีกแล้ว ฝนตกแบบว่า ถ่ายไม่ได้แน่นอน
ก็ต้องแคนเซิ่ลจ๊ะจ๋ากับพี่เนเน่ตากล้องไป เลยกลับมานอนตายอนาถอยู่กับน้องเก๋ที่ห้องถึง 4 โมง
 
พอตกเย็นก็ไปส่งน้องเก๋ที่หอ ก็ไปกินข้าว+หาโลใหม่กันด้วย
ด้วยความที่เราเฮิร์ทมาแล้วถึง 4-5 รายติดต่อกัน
เลยเกิดอาการหวั่นเกร็ง กลัวเสียความรู้สึกอีก
เลยให้น้องเก๋ช่วยพูดให้
ปรากฎว่าพี่ๆร้านที่ไปถาม ใจดีมากๆๆๆๆๆๆ แบบว่าวัยรุ่น เข้าใจพวกกู รู้ในสิ่งที่พวกกูจะทำ
ก็เลยแบบว่ารู้สึกดีมากๆเลยที่เค้าเข้าใจและอนุญาติให้เราถ่ายทำได้เลย
(ไม่เหมือนร้านเสริมสวยแถวซ.หอกุเล้ยยย-_-")
พอรู้ว่าได้แบบง่ายๆดีๆเข้าใจกันและกัน
ก็ทำให้อยากจะขอบคุณงามๆกับน้ำใจที่กูคิดว่ามันหายไปจากผู้คนแถวนี้แล้ว
ขอบคุณพี่แตงกับพี่อาท เจ้าของร้าน Golfy มากๆนะคะ สำหรับความใจดี
และที่สำคัญร้านพวกพี่ก็สวยมากๆด้วย ไม่ผิดหวังเลย
 
 
มาถึงวันถ่ายทำ ..
 
ณ Foodland..
- นัดทุกคนที่ Foodland สาขาจรัญสนิทวงศ์ เวลา 10.00 น.
- ผกก.กิ่งออกจากหอตอน ประมาณ 9.30 น. เพื่อแวะไปรับน้องแทน(นักแสดงpart III ตอนของพี่เฟรม ที่กูไปสอยมาจากสวนแก้ว กุ๊กและแนทคงจะจำกันได้ดี ปล.. ขอบคุณแนทมาก ถ้าไม่มีแก เราคงไม่ได้นักแสดงคนนี้ ขอบใจจ้า)และ ผู้ช่วยผกก.สุดสวย น้องเก๋ ที่หน้าพาต้าปิ่นเกล้า
- ไปถึงจ๊ะเอ๋กับ พี่เฟรม และ พี่ตั้ม พัฒนะ จิรวงศ์  ที่มารออยู่ก่อนแล้ว พี่เฟรม ผกก.ตอนที่ 3 ก็มาช่วยเล่น และช่วยเทคแคร์จ๊ะจ๋ากับพี่ต้นให้(เพราะจ๊ะจ๋าเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับพี่เฟรมตอนเรียนที่ วารสารฯ ส่วนพี่ต้นคือพี่กระเทยที่จะมาเล่นเป็นเจ๊ช่างแต่งหน้าให้ เป็นเพื่อนพี่เฟรมเหมือนกัน) ส่วนพี่ตั้ม ก็ให้มาเล่นเป็นตัวเอง ไม่นึกไม่ฝันเลยจริงๆว่าพี่ตั้มจะมาเล่นให้จริงๆ เราชอบพี่ตั้มมากๆทั้งในฐานะผู้ชายคนหนึ่งและผู้กำกับหนังสั้นคนหนึ่ง พอเห็นหน้าพี่ตั้มก็รู้ได้เลยว่า วันนี้คงเป็นอีกหนึ่งวันของการทำงานในกองที่มีความสุข
- นั่งกินข้าวกันสักพัก ป้อ (เพื่อนในMyspaceจริงๆแล้วทาบทามให้มาเป็นตากล้องเรื่อง Sun Never Forget แต่นี้เป็นโปรเจคด่วนที่มาตัดหน้าและป้อไม่ว่าง เลยมาเล่นแทน) ที่มาช่วยเล่นให้อีกคนก็ตามมาถึง เพิ่งเจอกันเป็นครั้งแรก ขอบคุณที่สละเวลามาช่วยกันนะ
- อีกพักนึง พี่เนเน่ ตากล้องคนใหม่ของเราก็ตามมาถึง และสุดท้ายที่ จ๊ะจ๋า นางเอกแสนสวยของเรา ตัวจริง น่ารักแบบใสๆดีอ่ะ ไม่เหมือนในทีวีเท่าไหร่ คิดว่าตัวจริงน่ารักกว่ามากๆ นิสัยดีด้วย คนนี้ก็เป็นกำลังสำคัญอีกคนนึงสำหรับหนังสั้นเรื่องนี้ของเรา ไม่มีจ๊ะจ๋า หนังสั้นเรื่องนี้คงไม่สมบูรณ์  ไม่ได้ยอนะ พูดจริงครับ
- พอมากันครบและกินข้าวกันเสร็จแล้ว ก็ให้จ๊ะจ๋าขับตามรถเราไปที่บ้านคัม ซ.จรัญ 35 ใกล้ๆกับFoodland
 
ณ บ้านคัม..
- หน้าที่ของทุกคนคือ พี่ตั้มเล่นเป็นผกก.ของหนังในหนังสั้นเรื่องนี้ จ๊ะจ๋าเล่นเป็นดารานำของหนังในหนังสั้นเรื่องนี้ น้องเก๋ พี่เฟรม ป้อ เล่นเป็นผู้จัดการกอง ผู้ช่วยผู้กำกับ แลตากล้องตามลำดับ พูดง่ายๆคือ ให้ทุกคนเล่นเป็นตัวของตัวเองนั่นเอง ที่เหลือก็เป็นส่วนของทีมงาน พี่เนเน่มาเป็นตากล้อง(ภาพสวยสุดยอด)ให้ ส่วนเรากิ่งก็เป็นผู้กำกับ น้องแทนที่ต้องเป็นพระเอกตอนที่สามที่ไม่เคยสัมผัสกับคำว่าหนังสั้นมาก่อน ก็มาเป็นเด็กกอง ดูงานไป และวานให้เก็บรูปเบื้องหลังไปพลางๆด้วย คัมเจ้าของบ้านก็ดูแลต้อนรับพวกเราเป็นอย่างดี
- ถ่ายไปสักพัก น้องก่อ ก็ตามมาถึง ก็มาช่วยๆกันดู สักพ๊ากกกกใหญ่ๆมาหน่อย น้องบอล ผู้ช่วยตากล้องประจำตัวพี่เนเน่ก็ตามมา พร้อมกับกล้องอีกตัวที่พี่เนเน่ถนัดกว่า เลยเปลี่ยนกล้องเล็กน้อย การถ่ายทำเป็นไปได้ด้วยดี ทุกคนขยันขันแข็งทำงานกันมากๆ แต่บรรยากาศดี ไม่ตึงเครียด สนุกสนาน เฮฮา กันไป
- จ๊ะจ๋าเป็นดาราที่น่ารักเป็นกันเองมาก ชอบแล้วล่ะสิ
- ชอบบรรยากาศตอนทุกคนต่อบท+ท่องบทกันมากๆอ่ะ ขอบคุณที่ตั้งใจเพื่อหนังสั้นเรื่องนี้กันนะคะ
- เปลี่ยนฉากจากห้องรับแขกไปเป็นชั้นลอย ภาพฉากที่พี่ตั้มนั่งคุยกับจ๊ะจ๋างามมากๆ ทำหนังเพื่อแสงศตวรรษ ปรากฎว่าภาพฉากนี้ฟีลเดียวกับในแสงศตวรรษเลย เก๋ๆ ตอนแรกฉากนี้ต้องเป็นขาว-ดำ แต่พอกุเห็นภาพ กุไม่เปลี่ยนสีแล้ว กุจะเอาสีนี้ จะเอาๆ 55+
- ถ่ายเสร็จก็ชักภาพหมู่เป็นที่ระลึก เก็บข้าวเก็บของ ร่ำลาเจ้าของบ้าน โยกย้ายกันไปตรงหอน้องเก๋ ซ.ตรงข้ามพาต้าปิ่นเกล้ากัน โดยส่วนหนึ่งนั่งรถเรา อีกส่วนหนึ่งนั่งรถจ๊ะจ๋า ขับตามกันไป
 
ณ ซอยหอน้องเก๋..
- พี่ตั้มกับป้อที่ว่าจะติดรถไปลงกลางทาง ไปๆมาๆก็มาลงที่นี้ด้วยกันหมดเลย
- ก็เลยกินข้าวมันไก่กันก่อน ก่อนถ่ายที่โลต่อไป สักพัก พี่ต้น ที่จะมาเล่นเป็นเจ๊กระเทยช่างแต่งหน้าให้ก็มา น่ารักอีกแล้ว!
- ถ่ายที่ร้านเสริมสวยร้านนี้ เจ้าของร้านที่ชื่อ พี่แตง กับ พี่อาท มาเล่นเป็นตัวประกอบให้ บอกแล้วว่าใจดีจริงๆ ไม่คิดตังค์สักบาทเดียว แต่สุดท้ายพี่เฟรมก็พาน้องแทนไปตัดผมที่ร้านนี้ แล้วซื้อหนังสือไปฝากพี่เค้าด้วย
- ร้านเสริมสวยเสร็จก็ไปถ่ายที่ด้านหน้าถนนที่มีร้านหนังสือ กับฉากในรถ ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยโรงเรียนน้องกิ่ง ตอนเย็นแสงหาย แต่ก็กลายเป็นว่าเนียนๆเป็น 6 โมงเช้าได้พอดี
- สุดท้ายก็ร่ำลากัน งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา จ๊ะจ๋าก็ขอตัวกลับไป พี่เนเน่กับน้องบอลกลับคลองหก น้องเก๋เข้าหอเลย น้องแทนกลับพุทธมณฑลสายสอง สุดท้ายก็เลยเหลือสี่คน เรา น้องก่อ พี่เฟรม พี่ต้น พี่ต้นติดรถไปลงประตูน้ำ
- ขับรถไปดูโลที่บ้านโน๊ต ม.สัมมากร สรุปก็ไม่ได้อ่ะ T-T คือบ้านโน๊ตถ่ายกลางคืนได้ แต่ถ้ามีฉากเสียงดังก็คงไม่ได้ ก็เลยแห้วไป ก็เลยไปกินข้าวรอบดึกกันที่ Bangkok Gril สาขาทาวน์อินทาวน์กัน 3 คน เพิ่งรู้ว่าพอเที่ยงคืนจะเป็นวันเกิดพี่เฟรม  happy birth day ค่ะพี่เฟรม ขอบคุณมากๆที่ชวนกันทำโปรเจคนี้ ขอให้เป็นวัยเบญจเพสที่ดีสุดโต่งไปเลยนะคะ  กินเสร็จก่อนที่ฝนจะตกพรำๆ ก็แยกย้ายกันกลับบ้าน เพราะว่าง่วงนอนไม่ไหวแล้ว ตอนขับรถเกือบหลับตั้งหลายรอบ อันตรายจริงๆ
 
 
ฉากคร่าวๆก็เป็นดังที่ว่ามานี้..
 
ดีใจที่ทุกคนเต็มที่
 
ดีใจที่ทุกคนมีความสุข
 
ดีใจที่ผ่านไปได้ด้วยดี
 
ดีใจ ดีใจ ดีใจ.. ^___________^
 
การถ่ายทำหนังของตัวเราเองมันสนุกและมีความสุขตอนนี้นี่เอง
 
ไม่ใช่แค่"เรา"
 
แต่เป็น"ทุกๆคน" ในกองของเรา ที่ "เต็มที่" และ "มีความสุข"
 
นี้คือเสน่ห์ของการทำงานในกองที่เราสัมผัสมันได้
 
ขอบคุณ อีกครั้งค่ะ ทุกๆคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ Project CENSORSHIT! นี้
 
 
น้องก่อ กับ พี่เฟรม
ที่เลือกเราให้เป็น 1 ในผู้กำกับโปรเจคนี้
และฝ่าฟันกันมาจนถ่ายเสร็จไป 2 ตอนแล้ว เย้!
 
น้องเก๋
สุดยอดผู้ช่วยผู้กำกับและผู้จัดการกอง
และเมคอัพและคอสตูมและ ฯลฯอีกมากมายของเจ๊ ^_^
หลายๆงานของพี่ที่มันผ่านมาได้ด้วยดีเพราะมีน้องเก๋นะ
 
พี่ตั้ม
ไม่นึกไม่ฝันว่าอยู่มาวันนึงพี่ตั้มจะยอมมาเล่นหนังให้
ไม่นึกไม่ฝันว่าอยู่มาวันนึงพี่จะมานั่งท่องบทของเรา
ไม่นึกเลยว่าพี่จะยอมมาเล่นให้จริงๆ
ขอบคุณมากๆๆๆค่ะ ตั้งแต่วันแรกที่ได้รู้จัก
ไม่มีพี่ตั้มไม่มีกิ่งหนังสือรุ่นวันนี้จริงๆนะคะ
 
จ๊ะจ๋า
ขอบคุณมากๆที่ดาราอย่างจ๊ะจ๋ายอมเสียเวลา
มาเล่นหนังสั้นให้กับคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนอย่างเราฟรีๆ
ขอบคุณสำหรับความน่ารัก เป็นกันเอง ตั้งใจ
และสุดท้ายอุตส่าห์อินกับหนังเราจริงๆด้วย
ว่างๆไปกินข้าวกันนะ
 
พี่เนและน้องบอล
ชอบภาพหนังสั้นของพี่ทุกเรื่องเลย
และพอมาเป็นหนังสั้นของเรา พี่ก็ไม่ได้ทำให้เราผิดหวัง
และน้องบอล พี่เห็นเราแล้วนึกถึงเจ้าเก๋
เธอสองคนสุดยอดจริงๆ
 
คัม
เจ้าของบ้านสุดยอดของความใจดี
ฝากขอบคุณแม่ด้วยนะจ๊ะ
 
น้องแทน
ขอบคุณที่ยอมเล่น"ฉากนั้น"ในตอนที่3
 
ป้อ
จากอนาคตตากล้อง มาเป็นนักแสดงให้เราซะงั้น
แต่เราก็ขอบคุณนายมากจริงๆนะที่ยอมมาตั้งไกล
 
พี่ต้น
การเล่นของพี่ทำให้ทุกคนอมยิ้ม พี่เล่นดีสมบทบาทมากๆค่ะ
(แต่รู้นะว่าตัวจริงไม่ได้เป็นแบบนั้นใช่ไหม อิอิ)
 
ร้าน Golfy
ใจดีกันทั้งร้านเลย ^^
 
พี่ศิโรจน์และThaishortfilm
สำหรับความใจดีที่ให้กิ่งยืมกล้องตลอดเลย
ขอบคุณมากคะ
 
พี่ธิดา ผลิตผลการพิมพ์
ที่ยอมมาเป็นเสียงนักข่าวให้
 
อัศจรรย์ จักรวาล
สำหรับอนุญาติให้ใช้เพลงของวงคุณมาประกอบหนัง
เพลงคุณเพราะมากๆ ชอบจริงจัง
 
ฯลฯ อีกมากมาย
ที่เราขาดตกบกพร่องไป
ที่มาช่วยทั้งในตอนของเรา หรือตอนของน้องก่อหรือพี่เฟรม
ขอบพระคุณทุกๆท่านมากๆคร้าบบบ
 
 
*รูปที่ทุกคนรีเควสเดี๋ยวขอเอาไปลงคอมที่หอก่อนนะคะ อีกไม่นานคาดว่าจะได้ดูชมกัน  
28 avril

sun never forget

พระอาทิตย์กลับมาแล้ว
ฉันไม่เศร้าแล้ว
พระอาทิตย์ฉายแสงตอน 4.22am.
จะมีใครสุขใจเท่าฉันอีกไหม
ผู้หญิงที่หลงรัก ดวงอาทิตย์ ตนนี้กำลังยิ้ม
 
----------------------------------------------
 
วันนี้ไปวันเกิดกวางที่ราตรีสโมสร RCA มา
ร้านที่ชอบมากที่สุดในช่วงนี้ (เพราะวงซีฟเล่น..)
 
มีกิ่ง กวาง ซีฟ ปิเก้ แป้ง แบต จ๋า มาเล็ก ชมพู่
เหน่ง บี๋ เพื่อนบี๋ น้องปูน เพื่อนแป้งที่ม.รังสิต(จำชื่อไม่ได้) นุ่น ฯลฯอีกมากมาย
 
สนุกสนาน เฮฮา กลับบ้านตี 4 อีกแล้ว แต่มีคนใจดีมาส่ง  ขอบคุณนะคะ
 
 แฮปปี้เบิร์ดเดย์น้องกวางเพื่อนรัก มีความสุขมากๆ
หวังว่า  ที่ให้ไป จะถูกใจนะฮ่ะ (แปรงสีฟันคิตตี้ น่ารักสุดๆ!)
 
เจ้าเต้ไม่ได้ไป เพราะว่าไปกินเบียร์กับเพื่อนๆม.ปลายเหมือนกัน
 ตามไสตล์ คู่รักเท่ห์ๆ รักกันแบบผู้ใหญ่
เป็นแบบนี้ก็ดีนะคะ แบบว่าชิลดี
  
-------------------------------------------------
 
ช่วงนี้งานเยอะมากมายสุมหัว
ทั้งงานช่วยเพื่อนที่มหาลัย(แต่ไม่ค่อยได้ไปช่วยมากมายเลย ขอโทษนะคะ)
ทั้งงานหนังสั้น, thesis, the style by toyota และไหนจะงาน mv อีก
เริ่มเหนื่อยกับการแบ่งเวลาที่มีอยู่น้อยนิด
เพราะเป็นไปได้ก็อยากจะกลับบ้าน และใช้เวลาที่บ้านให้มากที่สุด
 
เคยคิดท้ออยู่หลายที แต่สุดท้ายก็กลับมาสู้ต่อ
เอาน่า..งานหนักไปหน่อย ดีกว่าไม่มีความฝันนะ
 
 
 
น้ำพักน้ำแรงอีกแล้ว กล้องดิจิตอลตัวแรกในชีวิต
Sony Cybershot รุ่น DSC-T10 สีขาว
(ใจจริงอยากได้สีชมพู แต่ของหมดstockทุกที่เลย )
เงินตัวเอง เลือกเอง ซื้อเอง อีกแล้ว..
เหนื่อย เสียดายตังค์ แต่ก็ภูมิใจ  มากๆ..
จะดูแลรักษาอย่างดี ไม่แพ้น้องมือถือเลยนะ
 
ปล.. ซื้อก่อนไปฟิลด์ประมาณ 2-3 วัน ไม่ค่อยจะเห่อเลยอ่ะคนเรา
 
------------------------------------------------
 
 
เงินเก็บมาแต่ชาติปางก่อนครับพี่น้อง
ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง
Mac Book ในฝัน .. (ดี)
กว่าจะได้มาเป็นเจ้าของแทบรากเลือดเลยทีเดียว.. -_-"
 
-------------------------------------------------
 
บางทีก็น้อยใจ.. ทำไรไม่สบายเหมือนคนอื่น 
แต่บางทีเป็นแบบนี้ก็ดีนะ
คนเราต้องมองคนที่แย่กว่าตัวเองจริงไหม
มัวแต่มองคนที่ดีกว่าแล้วมันจะได้อะไรขึ้นมา นอกจากความอิจฉา..?
 
การที่ได้อะไรมายากๆ ไม่เหมือนเมื่อก่อนก็ดีเหมือนกัน
จะได้โตเร็ว รู้คุณค่าของเงินและสิ่งของเร็ว
น้อยใจบ้าง.. แต่ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร.. โตแล้ว ทำงาน หาตังค์ซื้อเองได้ของพวกนี้
(ปลอบใจตัวเองจังเลยเนอะ..)
อยากได้อะไรอีกมากมาย แต่ต้องอดทน ทำงาน เก็บตังค์กันต่อไป..
 
-------------------------------------
 
เจ้าเต้ชอบบ่นเวลาเราได้ตังค์มาใหม่ๆ
เวลาที่เราจะซื้อของกินที่ชอบหรือหนังสือที่อยากได้
ว่า.. ทำไมไม่มีตังค์แล้วยังจะชอบซื้อของแพงๆ
ฟังแล้วก็น้อยใจ ก็.. นานๆทีจะหาความสุขใส่ตัวเองบ้าง..
ถ้าเรามีตังค์ล้นฟ้า เราคงได้ซื้อหนังสือทุกเล่มที่เราอยากอ่าน
แต่นี้เราไม่มี ขอซื้อแค่บางเล่มจะเป็นไร..
บางทีก็น้อยใจ น้อยใจมากๆ..
ทำไมเราถึงเกิดมา ไม่มี ไม่ได้ มาง่ายๆ.. เหมือนคนอื่นเค้า
กับแค่น้ำแก้วเดียว กับแค่นิตยสารเล่มเดียว
มันต้องมีความลำบากใจขนาดนั้นเชียวหรือ..?
เสื้อผ้าก็ไม่ค่อยได้ซื้อ
เครื่องประดับ.. ไม่เคยจะซื้อ..
เครื่องประทินโฉม.. นาน..............นาน ซื้อ
กับแค่แก้วน้ำสักแก้ว หนังสือสักเล่ม มันต้องแลกมาด้วยน้ำตาเชียวหรือ..?
 
-----------------------------------------------
 
กับคนที่ไม่เคยลำบาก ก็คงจะไม่เข้าใจความรู้สึกนี้
แต่สำหรับเรา เราเข้าใจมันเป็นอย่างดี.. ดีมากๆ..
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราคิด เราเลือก เราซื้อ
เราตระหนักได้แล้วว่ามันสำคัญกับเรา มีคุณค่ากับเรา มีความหมายกับเรา
ทุ ก ทุ ก อ ย่ า ง . .
คนที่ไม่เป็นแบบนี้ ไ ม่ เ ค ย เ ป็ น คงไม่มีวันเข้าใจ
รวมถึงเธอ เจ้าเต้ ..
 
----------------------------------------------
 
การอยู่คนเดียวเป็นเรื่องที่ยาก
จะยากยิ่งกว่า เมื่อมีปัจจัยไม่พร้อม ไม่ครบ..
เหนื่อยกาย ทนได้
แต่เหนื่อยใจจะทำยังไงดี..?
อยากย้ายกลับมาอยู่บ้าน แต่คงเป็นไปไม่ได้
สวนสยาม-สนามหลวง ห่างไกลเหลือเกินถ้าต้องไป-กลับทุกๆวัน
 
อยากขอเพียงให้เธอเข้าใจ
ฉัน.. ไม่ได้อยากเป็นแบบนี้
แต่ใครเล่าจะเลือกได้..?
 
--------------------------------------------------
 
เรื่องราวที่ดูเหมือนจะโชคร้าย สำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างฉันคนนี้
กลับกลายเป็นโชคดี พลันเมื่อต้องเทียบกับผู้คนที่ โชคร้ายกว่า อีกมากมาย
 
เรื่องราวที่ดูเหมือนจะโชคร้าย สำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างฉันคนนี้
กลับกลายเป็นโชคดี..
จนกว่าจะถึงวันนั้น..
ฉันยังคงต้องต่อสู้ และแบกรับความรับผิดชอบของคำว่าครอบครัวอันยิ่งใหญ่ไว้
 
แต่จำไว้ว่า สิ่งเหล่านี้ ทั้งหลายทั้งปวง
.. ครอบครัว ความทุกข์ อดยาก อดทนลำบาก เหนื่อยล้า ..
เป็นแรงผลักดันที่ยิ่งใหญ่เหลือเกินในชีวิต.. ฉัน
 
หากไม่มีคำว่า "ครอบครัว" คงตายไปนานแล้ว
หากไม่มีคำว่า "ความทุกข์" คงไม่สุขล้นกับความสุขที่ได้มา
หากไม่มีคำว่า "อดยาก" คงไม่ยินดีกับข้าวในแต่ละเม็ด น้ำในแต่ละหยด
หากไม่มีคำว่า "อดทน" คงไม่รู้จักกับคำว่า "คุ้มค่า"
หากไม่มีคำว่า "ลำบาก" คงไม่รู้สึกยินดีกับสิ่งดีๆรอบตัว
หากไม่มีคำว่า "เหนื่อยล้า" คงไม่รื่นรมย์กับการพักผ่อน
 
ขอบคุณจริงๆ
ฉันยิ้มอย่างมีความสุขได้  แล้ว..
 
--------------------------------------------------
 
4.22 am.
ลำแสงอันน้อยนิดของฉัน..
พระอาทิตย์ของฉัน..
ต่อเติมคืนวันอันมืดมิดของฉันไปอีกนาน..
ขอบคุณดวงตะวัน
ที่ทำให้ฉันรู้จัก..
กับคำว่า "รัก" ที่มีค่ากว่า "รัก"
 
ผู้หญิงที่หลงรัก ด ว ง อ า ทิ ต ย์ คนนี้
.
.
.
รั             ก             
27 avril

เธออยู่ที่ไหนฉันมองไม่เห็น.. ทุกสิ่งทุกอย่างมันคงจะไม่เป็นอย่างนี้ถ้าเธอ ก็ รั ก ฉั น

 
    
                
 
 
 
ผู้ ห ญิ ง ที่ ห ล ง รั ก ด ว ง อ า ทิ ต ย์ คนนี้กำลังจะตาย.. ในอีกไม่ช้า
 
พระอาทิตย์ดวงเดิมยังคงสาดแสงแต่ฉันคนนี้กลับ ก ลั ว . .
 
ถ้าฉันยังยืนยันที่จะหลงรักเธอ
มันจะมากมายเกินไปไหมพระอาทิตย์
 
พ  ร  ะ  อ  า  ทิ  ต  ย์  ที่  รั  ก
เธอทำฉันเศร้าเหลือเกินแล้ว
 
ทุ ก ๆ ค่ำ คื น . .  รู้ทั้งรู้ว่าเธออยู่อีกฝั่งฟากของขอบฟ้า
แต่ฉันกลับ เ ห ง า จนจับใจ
 
ใจฉันกลัวความมืดมิด
แต่ทำไมฉันถึงหลับตาไม่ลงยามค่ำคืนมาถึง เ ส ม อ ..
 
ฉันไม่มีทางสัมผัสไออุ่นจากเธอได้ตลอดเวลา
ในเมื่อมีทิศตะวันออก
ก็ย่อมมีทิศ ต ะ วั น ต ก . .
พระอาทิตย์จ๋า เธอจะทำอะไรอยู่นะ.. เวลาที่ฉันมองไม่เห็นเธอ
 
โปรดอย่าปล่อยให้ฉันอ้างว้างอีกเลยพระอาทิตย์
หากรู้สึกอย่างนี้ไปอีกสักคืน ฉันคงขาดอากาศหายใจ
จนถึงตอนนี้ฉันก็เริ่มหายใจไม่ออก
ตาทั้งสองข้างเริ่มมีน้ำเอ่อล้น
 
เธอหายไปไหนนะดวงอาทิตย์ของฉัน
เธอหายไปไหน
.
.
 
 
 

                     

วันเวลาเดินทางอย่างช้าๆ
.. กี่วันมาแล้วที่เดินเข้ามาและออกไป
เธอยังคงเดินทางอยู่ใช่ไหม
. . กี่ ค น ม า เ เ ล้ ว ที่ เ ดิ น เ ข้ า ม า เ เ ล ะ จ า ก ไ ป

 อ  ย่  า  ร้  อ  ง หากเธออยาก  รั  ก   
เก็บมันเอาไว้เรื่องราวดีๆ
..ที่ต่าง  ค  น  เ  ค  ย  รั  ก   ต่างคนเคยหา..
วันนั้นจะผ่าน และจำลึกตลอดไป
 
เธอยังคงรอใครอยู่ใช่ไหม สักคนที่รักและคอยห่วงใย
เมื่อใครคนนั้นเขาเดินเข้ามาและจากไป

ได้โปรดเถอะอย่าร้อง หากเธออยากรัก
            เ ก็ บ มั น เ อ า ไ ว้ เ รื่ อ ง ร า ว ดี ๆ
ที่ต่างคนเคยรัก ต่างคนเคยหา
วันนั้นจะผ่าน และ  จำ ลึ ก    ต    ล    อ    ด    ไ    ป    *